หมอชลน่านจ่อออกกฎกระทรวง 'ยาบ้า' ไม่ถึง 10 เม็ดเป็นแค่ผู้เสพ แต่ต้องดูเจตนา
สธ.เตรียมออกประกาศกฎกระทรวงสาธารณสุขกำหนดจำนวนครอบครอง ยาบ้า หากหากถือต่ำกว่า 10 เม็ดถือว่าเป็นผู้เสพ ยกเว้นกรณีมีพฤติการณ์ ที่บ่งบอกในลักษณะของการขายชัดเจน ก็อาจจะตีเป็นผู้ขายได้ พร้อมเดินหน้านโยบายด้านการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด จัดตั้งมินิธัญญารักษ์ 146 แห่ง รองรับผู้ป่วยยาเสพติดได้ 1,957 เตียง เตรียมเปิดพร้อมกันทั่วประเทศ 1 ธันวาคม นี้
นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ประจำปี 2567 โดยระบุว่า ผู้ติดยาเสพติดเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง และกลับมาเป็นซ้ำได้ ปัจจุบันประเทศไทย มี ใช้สารเสพติด ผู้เสพ และผู้ติด1.5ล้านคน และในจำนวนนี้ มี 5 แสนคน ที่อยู่ในเป้าหมายต้องค้นหา คัดกรอง เข้าสู่กระบวนการรักษาบำบัดยาเสพติดสิ่งสำคัญ คือ การในบำบัดรักษาผู้ป่วยที่ติดสารเสพติด นอกจากทางการแพทย์แล้ว ครอบครัวชุมชน มีส่วนสำคัญที่จะต้องช่วยกันด้วย
ทางด้านกฎหมายการกำหนดจำนวนครอบครองยาเสพติดนั้น นายแพทย์ชลน่า ระบุว่า เบื้องต้นทางการรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ออกกฎกระทรวงในการกำหนดจำนวนการครอบครองยาเสพติดว่ากี่เม็ดถึงจะเป็นผู้เสพ หรือ เป็นผู้ค้าเบื้องต้นได้มีการ ประชุมหารือกับคณะกรรมการยาเสพติด และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) โดยคาดว่าจะกำหนด 10 เม็ด ซึ่งจะต้องคอยสรุปโดยดูในทุกมิติ คาดประกาศกฏกระทรวงออกได้ในเดือนธันวาคมนี้
สำหรับการกำหนดคาดเป็นเรื่องของการครอบครอง กรณี 10 เม็ดขึ้นไป ถือเป็นผู้ค้าโดยมี แต่หากน้อยกว่า 10 เม็ดเป็นผู้เสพ
ทั้งนี้ก็ต้องดู ถึงเจตนาและพฤติการณ์ของผู้ที่ครอบครองยาเสพติดด้วย เช่น หากพบว่ามีการครอบครอง 1 เม็ด แต่มีพฤติการณ์ที่บ่งบอกในลักษณะของการขายชัดเจน ก็อาจจะตีเป็นผู้ขายได้ อย่างไรก็ตามในมุมของกระทรวงสาธารณสุขจะไม่สนใจว่าผู้เสพ เสพกี่เม็ด ก็ต้องดูแลบำบัดรักษา
ขณะที่ รัฐบาลมีนโยบาย มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ภายใต้ความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ยึดหลัก เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย สนับสนุนให้ผู้เสพเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง โดยกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ด้วยการพัฒนารูปแบบการเข้ารับบริการที่เชื่อมโยงตั้งแต่ศูนย์คัดกรอง สถานพยาบาลยาเสพติด สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด และศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม ภายใต้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 และได้กำหนดให้เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการให้เห็นผลภายใน 100 วัน
เป้าหมายการดำเนินการ 3 เรื่อง
- การจัดตั้งมินิธัญญารักษ์ ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดระยะยาวให้ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีโรงพยาบาลชุมชน ที่มีความพร้อมจะจัดตั้งมินิธัญญารักษ์ 146 แห่ง รองรับผู้ป่วยยาเสพติด 1,957 เตียง / โดยจะเปิดบริการผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดในรูปแบบมินิธัญญารักษ์ทั่วประเทศ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 นี้
- มีหอผู้ป่วยจิตเวชทุกจังหวัด ปัจจุบันมีเตียงจิตเวช 7,796 เตียง / หอผู้ป่วยจิตเวช 69 แห่ง ใน 58 จังหวัด หรือคิดเป็นร้อยละ 76.32 ของจังหวัดทั่วประเทศ
- มีกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดทุกอำเภอ ปัจจุบันโรงพยาบาลชุมชน 776 แห่ง มีกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดแล้ว 626 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 80.67 ที่เหลืออีก 150 แห่ง อยู่ระหว่างการดำเนินการ
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต พบว่าปัจจุบัน มีผู้ติดสารเสพติดที่มีอาการทางจิตเข้าสู่ระบบบริการในปีงบประมาณ 2564 จำนวน 132,456 ราย ขณะที่ผู้ติดสารเสพติดที่มีโอกาสเป็นโรคทางจิตเวชเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง จำนวน 2,213 ราย คิดเป็นร้อยละ 17.34 สำหรับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรมที่เกิดจากการใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หากแยกตามภูมิลำเนาตั้งแต่ปี 2556-2565 พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 46.9 รองลงมา คือภาคเหนือ 24.8 ภาคกลาง ร้อยละ 16.7 และภาคใต้ร้อยละ 11.7