“สปสช.” แจงหลังปรับระบบบัตรทอง กทม.ใหม่ ย้ำไม่ต้องมีใบส่งตัว
“สปสช.” แจงหลังปรับระบบบัตรทอง กทม.ใหม่ ย้ำไม่ต้องมีใบส่งตัว ยัน รพ.สามารถเบิกเงินได้ ถ้า ปชช.ถูกเรียกเรื่องใบส่งตัวให้โทรแจ้ง 1330
สืบเนื่องจากกรณีที่มีผู้ป่วยหลายรายประสบความเดือดร้อนและร้องเรียน สื่อ เฟซบุ๊กดังหลายเพจจำนวนมาก ภายหลังจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ปรับเปลี่ยนระบบบัตรทองในเขต 13 กรุงเทพมหานครใหม่เพียงแค่ผ่านมากว่า 10 วัน โดยมีหลายเสียงสะท้อนว่า โดนย้ายหน่วยบริการ และขอส่งตัวยาก ส่งผลให้บางคนที่อยากจะเข้ารักษากับหมอคนเดิม แต่โดนย้ายหน่วยบริการไปแล้วนั้น ถึงขั้นกับต้องเสียค่าใช้จ่ายเองออกไปก่อน
ล่าสุด นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ปัญหาทั้งหมด คือเรื่องของการไปเรียกใบส่งตัว เรียนว่าพี่น้องประชาชนไม่จำเป็นต้องไปเอาใบส่งตัวอะไรเลย เพราะกติกาเรามีการซักซ้อมไปแล้วว่าก็ทำเหมือนเดิม หน่วยบริการที่รับผู้ป่วยไป ไม่จำเป็นต้องเรียกใบส่งตัวจากผู้ป่วยที่คลินิก เพราะว่าเดี๋ยวคลินิกจะไม่ตามจ่าย ซึ่งทาง สปสช.มีกลไกที่เราไปจ่ายอยู่แล้ว
แต่ก็ยังมีโรงพยาบาลอีกหลายแห่งที่ได้รับการร้องเรียนมา ทางเราได้ชี้แจงกับโรงพยาบาลว่าตรงนี้ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับโรงพยาบาล และไม่จำเป็นต้องให้ผู้ป่วยกลับไปเอาใบส่งตัวจากคลินิก เพื่อยืนยันว่าคลินิกจะจ่ายเงินท่าน
ย้ำว่า ในฐานะ สปสช.เรามีกลไกที่จะตัดเงินจากคลินิกอยู่แล้ว ถ้าคลินิกไม่ได้ส่งอะไรมาทางเราจะจ่ายให้ โดยได้มีการทำหนังสือซักซ้อมลงไปถึง 2 ครั้งแล้ว ในครั้งแรกคือวันที่ 1 มี.ค. 67 และอีกครัังในวันที่ 5 มี.ค. 67 โดยเมื่อสองวันก่อนมีการเรียกหน่วยบริการทั้งหมดมาซักซ้อมความเข้าใจแล้ว
ส่วนในกรณีที่มีคนแสดงความคิดเห็นว่า “อะไรที่ดีอยู่แล้ว ก็ไม่ควรไปเปลี่ยน” นพ.จเด็จ มีความคิดเห็นว่า จริงๆ ก็เห็นด้วย แต่การเปลี่ยนแปลงตรงนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นความต้องการของทางคลินิก ซึ่งทางคลินิกอาจจะไม่พอใจที่ประชาชนเข้ารับบริการของทางคลินิกและจ่ายเงินตามค่าบริการ จึงมีการยื่นหนังสือ ให้ทันรัฐมนตรีที่เคยเป็นข่าว ซึ่งทาง สปสช.ก็เชื่อว่าระบบเดิมก็ดีอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีผลดีกับประชาชนแต่ทางคลินิกก็อาจจะบอกว่าไม่ได้ดี
โดย นพ.จเด็จ เปิดเผยความคิดเห็นอีกว่า เห็นด้วยมากๆ กับคำพูดที่ว่าอะไรที่ดีอยู่แล้ว ก็ไม่ควรไปยุ่ง แต่เผอิญว่ามีส่วนหนึ่งที่เห็นว่ายังไม่ดี ท่านก็เรียกร้องเข้ามา ซึ่งไม่คิดว่าเป็นคำพูดที่เสียดสี และคิดว่าอะไรที่ดีก็ควรจะทำต่อ แต่อะไรที่ไม่ดีก็ต้องค่อยๆ ปรับ เราก็จะดูว่าเราต้องใช้มาตรการอะไรที่เอาพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง และหน่วยบริการก็มีความสุขในการให้บริการด้วยซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ที่ยาก
มีประชาชนบางกลุ่มที่รู้สึกว่าแพทย์ไม่ให้ความร่วมมือในการออกใบส่งตัว ทาง นพ.จเด็จ ได้ขอรบกวนและขอความร่วมมือกับแพทย์ ในกรณีที่พี่น้องประชาชนมีความจำเป็น และถ้ารักษาไม่ได้ยังไงก็ควรจะส่งตัวคนไข้ไป
แต่ที่ตัวเองพยายามย้ำมาเสมอ บางครั้งใบส่งตัวเพื่อจะการันตีว่ามีเงินไปจ่ายก็ไม่จำเป็นแล้วในโลกปัจจุบัน เพราะมีเทคโนโลยีที่สามารถจะรู้ได้ว่าท่านป่วยเป็นอะไร แต่เนื่องจากกรุงเทพฯ ยังอยู่ในระบบที่ท่านยังไม่ได้รับนโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทางคลินิกก็อาจจะกังวลเรื่องรายได้ที่ตัวเองจะได้รับไปก่อนแล้ว ตรงนี้ที่เป็นปัญหา
นพ.จเด็จ ยังยืนยันว่าที่เราแก้ปัญหา โดยการเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะความสะดวกสบาย อยากจะให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่าช่วงนี้เรามีการเปลี่ยนระบบ เนื่องจากทางคลินิกได้รู้สึกว่าได้รับค่าใช้จ่ายไม่เป็นธรรม แต่การเปลี่ยนระบบนี้ เราก็ไม่หวังผลให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน
ดังนั้นจะให้การประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนว่า ไม่จำเป็นจะต้องกลับมารับใบส่งตัวใหม่ ถ้าถูกเรียกให้กลับมาใหม่หรือเกิดความไม่สะดวก เรามีบริการให้ท่านที่เบอร์ 1330 โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เสียค่าใช้จ่าย ขอให้สื่อสารกันเข้ามา เพราะจะได้รู้ว่าจะได้รู้ว่าปัญหาเยอะขนาดไหน
โดยเมื่อ 7 วันที่ผ่านมา มีผู้มาร้องเรียนมาทั้งหมด 320 กว่าคน และทางเราได้รับเรื่องไว้ทั้งหมดแล้ว ต้องขออภัยประชาชนที่ทำให้เกิดความไม่สะดวก ขอเวลาทำงานอีกสักพัก และจะทยอยสื่อสารเพื่อซักซ้อมความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตามทาง สปสช.ได้ชี้แจงผ่านเฟชบุ๊กว่า แนวทางเบื้องต้นในการแก้ไขปัญหานี้ โดยขอความอนุเคราะห์ความร่วมมือจากโรงพยาบาลระบบบัตรทองใน กทม. ทุกแห่ง เพื่อร่วมกันดูแลประชาชนในช่วงเปลี่ยนผ่านและลดความเดือนร้อนก่อน ซึ่งที่ผ่านมามีโรงพยาบาลหลายแห่ง อาทิ โรงพยาบาลภูมิพล โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นต้น ได้เรียกประชุมเครือข่ายคลินิกชุมชนอบอุ่นเพื่อชี้แจงแนวทางบริการแล้ว
และเมื่อวานนี้ (11 มี.ค.) ทาง สปสช. เขต 13 กทม. เองก็ได้มีการประชุมร่วมกับโรงพยาบาลระบบบัตรทองใน กทม. เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจ พร้อมขอความร่วมมือการให้บริการในช่วงเปลี่ยนผ่านอีกครั้งเช่นกัน รวมถึงได้มีการประชุมร่วมกับผู้บริหารสำนักอนามัย กทม. และศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) เพื่อความร่วมมือให้บริการผู้ป่วยเช่นกัน และจะมีการประชุมคณะทำงานชุดปฐมภูมิเพื่อวางแนวทางการให้บริการของคลินิกชุมชนอบอุ่นที่ชัดเจน รวมทั้งระบบการส่งต่อเพื่อให้โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และคลินิกสามารถดูแลผู้ป่วยร่วมกันได้อย่างเหมาะสมต่อไป
สำหรับผู้ป่วยบัตรทองที่เข้ารับบริการนั้น ตาม OP Model 5 กรณีที่ผู้ป่วยใหม่ที่เจ็บป่วยหรือไม่สบาย ขอให้ไปรับบริการที่คลินิกชุมชนอบอุ่นตามสิทธิก่อน หากเกินศักยภาพคลินิกฯ จะออกใบส่งตัวให้ไปรับบริการที่โรงพยาบาลรับส่งต่อที่เป็นครือข่าย ส่วนผู้ป่วยที่มีนัดกับโรงพยาบาลรับส่งต่ออยู่แล้ว สามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลตามนัดได้ในครั้งแรก
แต่หากมีนัดรักษาครั้งต่อไป ขอให้กลับไปที่คลินิกชุมชนอบอุ่นตามสิทธิก่อนเพื่อให้ประเมินอาการ หากเกินจากศักยภาพบริการ และออกใบส่งตัวให้ ในกรณีนี้รวมถึงผู้ป่วยที่มีใบส่งตัว 90 วันด้วย
สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาการรับบริการนั้น โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ต้องรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาล ขอให้แจ้งมายัง สปสช. ซึ่งจะพยายามประสานและแก้ไขปัญหาให้โดยเร็วที่สุด