นักวิทย์ใช้เทคโนโลยี “คริสเปอร์” กำจัด HIV ออกจากเซลล์มนุษย์สำเร็จ
ความคืบหน้าของการหาหนทางรักษาเชื้อ HIV ล่าสุดนักวิทย์ประสบความสำเร็จในการใช้ “คริสเปอร์” ตัดดีเอ็นเอ HIV ออกจากเซลล์มนุษย์ได้สำเร็จ
นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า พวกเขาประสบความสำเร็จในการกำจัดเชื้อเอชไอวี (HIV) ออกจากเซลล์ที่ติดเชื้อได้สำเร็จ โดยใช้เทคโนโลยีการแก้ไขยีนคริสเปอร์ (Crispr) ที่ได้รับรางวัลโนเบล
เทคโนโลยีดังกล่าวมีชื่อเต็ม ๆ คือ CRISPR/Cas9 (คริสเปอร์แคสไนน์) เกิดจากการใช้ คริสเปอร์ หรือแบคทีเรียที่สามารถเลียนแบบสารพันธุกรรม (DNA) ในระบบภูมิคุ้มกันได้ ร่วมกับ แคสไนน์ ซึ่งเป็นโปรตีนที่สามารถตัดสายดีเอ็นเอได้
เมื่อใช้ทั้งสองตัวร่วมกัน เทคโนโลยีนี้จึงเป็นเหมือนกับ “กรรไกร” แต่เป็นกรรไกรในระดับโมเลกุล สามารถตัดดีเอ็นเอบางตัวเพื่อนำชิ้นส่วนที่ “ไม่ดี” ออกจากเซลล์หรือทำให้หมดฤทธิ์ได้
หนึ่งในโรคที่นักวิทยาศาสตร์สนใจทำเทคโนโลยีคริสเปอร์มารักษาคือ การติดเชื้อเอชไอวี เนื่องจากยาเอชไอวีที่มีอยู่ในปัจจุบันทำได้เพียงหยุดยั้งไวรัสแต่ไม่สามารถกำจัดไวรัสได้ และก่อนหน้านี้ในปี 2017 นักวิทยาศาสตร์เคยประสบความสำเร็จในการทดลองกับหนูทดลองมาแล้ว
และความสำเร็จล่าสุดในการทดลองกับคนทำให้ความหวังว่าจะสามารถกำจัดไวรัสในร่างกายให้หมดไปได้ในที่สุดมีความเป็นไปได้มากขึ้น แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะต้องทำงานอีกมากเพื่อตรวจสอบว่าเทคโนโลยีคริสเปอร์ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัมซึ่งรายงานความสำเร็จนี้เน้นย้ำว่า งานของพวกเขายังคงเป็นเพียง “ข้อพิสูจน์ของแนวคิด” และยังไม่ใช่วิธีรักษาเอชไอวีได้ในเร็ว ๆ นี้
ดร.เจมส์ ดิกสัน รองศาสตราจารย์ด้านเทคโนโลยีสเต็มเซลล์และยีนบำบัดแห่งมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม เห็นด้วย โดยกล่าวว่า การค้นพบทั้งหมดยังต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด
“จำเป็นต้องมีการทำงานอีกมากเพื่อแสดงให้เห็นว่า ผลลัพธ์ในเซลล์เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งร่างกายสำหรับการบำบัดในอนาคต จะต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมอีกมากก่อนที่สิ่งนี้จะรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้” เขากล่าว
ดร. โจนาธาน สโตเย ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสจากสถาบันฟรานซิส คริก ในลอนดอน กล่าวว่า การกำจัดเชื้อเอชไอวีออกจากเซลล์ทั้งหมดที่อาจมีเชื้อเอชไอวีสะสมอยู่ในร่างกายถือเป็น “ความท้าทายอย่างยิ่ง”
เขาบอกว่า “ผลกระทบนอกเป้าหมายของการรักษา รวมถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว ยังคงเป็นข้อกังวล ดังนั้นดูเหมือนต้องใช้เวลาอีกหลายปีก่อนที่การรักษาแบบคริสเปอร์จะกลายเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าจะสามารถแสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิผลก็ตาม”
เรียบเรียงจาก BBC