หลักการแปรงฟันในผู้สูงอายุ ดูแลสุขภาพช่องปาก ลดการติดเชื้อจากฟันผุ
“การดูแลฟัน” เป็นเรื่องที่ต้องทำกันตลอดชีวิตเพราะฟันเป็นอวัยวะที่ใช้งานมาอย่างยาวนาน หากดูแลฟันไม่ดีอาจเป็นต้นตอของปัญหาด้านการบดเคี้ยว ก็อาจเป็นสาเหตุของโรคอื่น ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
“ฟันผู้สูงอายุ” จะมีลักษณะเหมือนกับฟันในวัยอื่น แต่จะแตกต่างกันตรงที่มีการเสื่อมสภาพลง เพราะใช้งานมานาน ทั้งตัวฟัน เหงือก ฯลฯ การเสื่อมประสิทธิภาพนั้นนอกจากจะเป็นผลจากอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยจากการดูแลความสะอาดช่องปากที่ไม่เพียงพอ พฤติกรรมเสี่ยง หรือโรคต่างๆ ได้เช่นกัน หากละเลยไม่ดูแลสุขภาพช่องปากอาจก่อให้เกิดโรคฟันหรือโรคเหงือกขึ้นได้ โรคเหล่านี้ส่งผลให้ช่องปากสกปรกและมีเชื้อโรคเพิ่มขึ้น
ซึ่งเชื้อโรคบางชนิดเป็นเชื้อที่อันตรายหากถูกกลืนเข้าสู่ร่างกายก็อาจทำให้ติดเชื้อไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็น หัวใจ ปอด ลำไส้ ตับ ไต ข้อต่อของกระดูก ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นตัวนำปัญหาให้เกิดโรคอื่นๆ ได้เลยทีเดียว
การแปรงฟันผู้สูงอายุ
- เริ่มจากการเลือกแปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่มพอประมาณไม่แข็งหรืออ่อนจนเกินไป
- ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ
- ยึดหลักการแปรงฟันสูตร 222 คือ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์วันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน แปรงให้ทั่ว ครบทุกซี่ ทุกด้านของฟัน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 นาที และหลังแปรง- - ฟัน 2 ชั่วโมงไม่ควรกินอะไร เพื่อให้ฟลูออไรด์ได้สัมผัสผิวฟันนานพอที่จะช่วยป้องกันฟันผุได้
- ใช้ไหมขัดฟันขัดทำความสะอาดซอกฟันหลังแปรงฟันทุกวัน
เอกซเรย์ฟันสำคัญอย่างไรกับการวางแผนรักษา? ขั้นตอนและวิธีเตรียมตัว
การกินอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน
ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักมีโรคประจำตัว ดังนั้นเรื่องอาหารจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ควรกินอาหารให้ครบทุกหมู่ เพื่อใช้อาหารเป็นพลังงานและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย เน้นผักและผลไม้ เพราะเป็นอาหารที่มีกากใยสูง ทำให้ไม่เกิดเป็นคราบอาหารหรือที่เรียกว่า “คราบพลัค” จับติดผิวฟัน เป็นการช่วยลดต้นเหตุของการเกิดโรคฟันพุและโรคเหงือกอักเสบได้อีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโลโชคชัย4
แปรงฟันตอนเช้าหรือก่อนนอนดีกว่ากัน? ไม่ดูแลอาจไม่จบแค่ปัญหากลิ่นปาก!