สิงค์โปร์เตรียมยกเลิกมาตรการทั้งหมด กลับไปใช้ชีวิตใกล้เคียงก่อนโควิด-19
ทางการสิงคโปร์ เตรียมยกเลิกมาตรการป้องกันโควิด-19 เกือบทั้งหมดในวันอังคารหน้า (26 เม.ย.65) เป็นความพยายามที่จะใช้ ปชช. กลับไปใช้ชีวิตใกล้เคียงก่อนโควิด-19
ทางการสิงคโปร์ ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 เม.ย.) จะยกเลิกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เกือบทั้งหมด โดยพยายามที่จะกลับไปใช้ชีวิตก่อนเกิดโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. เป็นต้นไป ดังนี้
- ไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคมอีกต่อไป
- การชุมนุมทางสังคมจะไม่จำกัดเพียง 10 คนอีกต่อไป
- ผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีนครบไม่ต้องตรวจโควิด-19 ก่อนเดินทางเข้าสิงคโปร์ (การทดสอบโควิด-19 ได้รับการยกเว้นตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา)
นอกจากนั้น
- พนักงานทุกคนสามารถกลับไปทำงานที่ทำงานได้
- พื้นที่ประกอบกิจกรรมขนาดใหญ่จะใช้ได้เต็มพื้นที่ 100%
- การติดตามไทม์ไลน์ สอบสวนโรค ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะยุติลงเช่นกัน
- ขณะเดียวกัน ธุรกิจสถานบันเทิงยามค่ำคืน เช่น คลับ ร้านคาราโอเกะ ได้รับอนุญาตให้เปิดอีกครั้งหลังจากผ่านไปประมาณ 2 ปี
เหลือไว้เพียงการ สวมหน้ากากอนามัย ในอาคารเกือบทั้งหมดต่อไป โดยมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ทำงานในสถานที่ของตนโดยที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพระหว่างกัน และไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ต้องพบปะกับลูกค้า
ออง เย กุง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ กล่าวว่า เราจะยังคงเฝ้าระวังการแพร่ระบาดและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในประเทศและทั่วโลกต่อไป ขณะที่สถานการณ์ตอนนี้เราเริ่มที่จะผ่อนคลายและยืดหยุ่นมาตรการทางสังคมเพื่อฟื้นฟูให้กลับไปเหมือนกับช่วงก่อนโควิด-19 แต่ยังเสี่ยงเกินไปที่จะประกาศว่า “การแพร่ระบาดสิ้นสุดลงอย่างแท้จริง”
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีกฎสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน โดยจะไม่ได้รับอนุญาตให้รับประทานอาหารหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนมากกว่า 500 คน และไม่สามารถเข้าสถานบันเทิงได้ แม้ว่าไม่ได้บังคับร้านอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ตรวจสอบสถานะการฉีดวัคซีนก่อนก็ตาม แต่ในปัจจุบันผู้ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยวหรือที่บริษัทบางแห่งอยู่แล้ว
สำหรับสถานการณ์โควิดของสิงคโปร์รายงานผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 3,420 รายในวันพฤหัสบดี (21 เม.ย.) โดยจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ในสิงคโปร์มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีเลย
โดยประมาณ 92% ของประชากรทั้งหมดได้รับการฉีดวัคซีน และ 73% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ส่วนผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปที่หายจากโรคโควิด-19 จะต้องได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นภายใน 9 เดือน