1 ธันวาคม วันเอดส์โลก 2567 เคารพสิทธิ มุ่งสู่การยุติเอดส์
วันเอดส์โลก ปี 2567 สปสช. รณรงค์ “เคารพสิทธิ มุ่งสู่การยุติเอดส์” (Take the rights path) ร่วมเป็นพลังมุ่งมั่น “ยุติปัญหาเอดส์ ปี 2573” จัดสิทธิประโยชน์บัตรทองปี 2549 ถึงปัจจุบัน คุ้มครองสิทธิการรักษาและการป้องกัน
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ หรือ UNAIDS กำหนดให้ทุกวันที่ 1 ธันวาคม เป็น “วันเอดส์โลก” เพื่อร่วมรำลึกถึงความสำคัญของโรคเอดส์ ภายใต้คำขวัญวันเอดส์โลกประจำปี พ.ศ. 2567 คือ “เคารพสิทธิ มุ่งสู่การยุติเอดส์” (Take the rights path) เพื่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั่วโลกในการเดินหน้าสู่เป้าหมายการยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573
สปสช. เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเอดส์ ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท โดยเริ่มดำเนินการสิทธิประโยชน์การดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ มาตั้งแต่ปี 2549 แยกงบประมาณจัดสรรดำเนินการ ซึ่งปี 2550 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ที่ได้รับการดูแลในระบบบัตรทองฯ รวมทั้งสิ้น 107,011 ราย เป็นผู้รับยาต้านไวรัส 79,185 ราย
ตลอดระยะเวลาการดูแลผู้ติดเชื้อเอขไอวี/เอดส์ จนถึงปัจจุบัน สปสช. ได้ดำเนินการอย่างครอบคลุมในทุกด้านและทุกมิติ ทั้งการรักษาพยาบาล ได้แก่ บริการยาต้านไวรัสทั้งสูตรพื้นฐานและสูตรดื้อยา บริการการตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการเพื่อวินิจฉัยหรือติดตามการรักษา การตรวจคัดกรองและตรวจยืนยันไวรัสตับอักเสบซีในผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เป็นต้น โดยปี 2567 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ได้ รับการดูแลรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง จำนวน 315,200 คน เกินจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่จำนวน 299,420 คน
การดูแลป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ
- บริการยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากมารดาสู่ทารก บริการให้คำปรึกษาและการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจ
- บริการยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (ยา PrEP)
- บริการป้องกันการติดเชื้อหลังการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (ยา PEP)
- บริการถุงยางอนามัยสำหรับผู้ที่เข้ารับบริการให้คำปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจและกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ที่มารับบริการติดตามการรักษาที่หน่วยบริการ เป็นต้น
โดยปี 2567 มีกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับบริการส่งเสริมและป้องกันติดเชื้อเอชไอวี จำนวน 3,846,841 คน เกินจากเป้าหมายที่กำหนดไว้จำนวน 2,810,674 คน นอกจากนี้ยังมีบริการถุงยางอนามัยให้กับประชาชนทั่วไป ทั้งที่ร้านยา และตู้รับถุงยางอนามัยอัตโนมัติ ผ่านระบบแอบพลิเคชัน เป๋าตัง เป็นต้น ที่เป็นส่วนช่วยสนับสนุน
สปสช. ยังสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการจัดบริการขององค์กรภาคประชาสังคม โดยร่วมกับมูลนิธิ/องค์กรเอกชน/เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทยที่มีศักยภาพ ในการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้าน เอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (หน่วยบริการตามมาตรา 3 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545) ในระบบบัตรทอง ซึ่งจะเป็นกลไกสนับสนุนบริการด้านการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มเสี่ยง โดยการให้บริการเชิงรุก ให้เกิดการเข้าถึงและมีติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการฯแล้วจำนวน 71 แห่ง กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ร่วมให้บริการหนุนเสริมการทำงานของโรงพยาบาลและหน่วยงานที่ทำงานด้านเอชไอวี ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย “ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ. 2560-2573”
สำหรับปีงบประมาณ 2568 นี้ สปสช. ได้เน้นดำเนินการสิทธิประโยชน์ “บริการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง” (HIV Self Test ) แล้ว โดยให้ประชาชนไทยทุกคน ทุกสิทธิ ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เปลี่ยนคู่นอน ใช้สารเสพติดชนิดเข็ม และมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ใส่ถุงยาง เป็นต้น รับชุดตรวจ HIV Self Test นี้ได้ โดยสามารถรับได้ผ่านแอปเป๋าตังไม่เกิน 1 ชุดต่อวัน และเข้ารับชุดตรวจได้ที่หน่วยบริการในระบบบัตรทองฯ ทุกแห่ง ทั้งหน่วยบริการประจำ หน่วยบริการที่รับส่งต่อเฉพาะด้านสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค หน่วยบริการเฉพาะด้านเวชกรรม (คลินิกเวชกรรม) และหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น
วันเอดส์โลก ปี 2567 นี้ สปสช. ขอรณรงค์ภายใต้คำขวัญ “เคารพสิทธิ มุ่งสู่การยุติเอดส์” ในการ่วมเคารพ ปกป้องและคุ้มครองสิทธิ รวมถึงการดูแลสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวีเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดย สปสช. ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังในการเดินหน้ายุติเอดส์ให้สำเร็จตามเป้าหมายในปี 2573 นี้