ปลดล็อกโควิด-19 ทีละขั้น สู่โรคประจำถิ่น
หากเป็นไปตามแผนที่กระทรวงสาธารณสุข วางไว้ วันที่ 1ก.ค.2565 ไทยจะปรับให้โควิด-19ให้เป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งกำหนดกรอบการทำงานไว้ 4 ระยะ โดยขณะนี้ไทย อยู่ในระยะที่ 2 ซึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า ตัวเลขผู้ป่วยหนัก และผู้เสียชีวิต จะเป็นตัวกำหนดว่า ไทย จะให้โรคโควิด19 เป็นโรคประจำถิ่นได้ตามแผนหรือไม่
เมื่อดูตามแผนของกระทรวงสาธารณสุข จะเห็นว่า มาตรการต่างๆ ก็จะมีความเข้มข้นตามสถานการณ์ เช่น ตอนนี้ที่ไทยอยู่ในระยะ 2 ตั้งแต่เดือนเมษายน – เดือนพฤษภาคม ซึ่ง ศบค.ประกาศ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าไทย หากฉีดวัคซีนมาแล้ว ให้ยกเลิกการตรวจ RT PCR และใช้การตรวจ ATK ด้วยตนเอง หากเป็นลบ สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้เลย มีผลวันที่ 1 พฤษภาคม ถือว่า เร็วกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้
ส่วนระยะ 3 ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม – เดือนมิถุนายน ที่ผู้ติดเชื้อเริ่มเข้าสู่ขาลง ผับ บาร์ กลับมาเปิดให้บริการ และระยะหลังวันที่ 30 มิถุนายนไปแล้ว จะเป็นระยะที่ 4 ซึ่งเข้าสู่กระบวนการออกจากโรคระบาด เข้าสู่โรคประจำถิ่น มาตรการต่างๆก็จะผ่อนคลายมากขึ้น เช่น เข้าประเทศโดยไม่ต้องตรวจหาเชื้อ
สำหรับการประกาศให้โรคโควิด เป็นโรคประจำถิ่น ทาง กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ขณะนี้ มี 15 จังหวัด สนใจขอเป็นจังหวัดแซนด์บ็อกซ์ นำร่องแล้ว ซึ่งจังหวัดที่จะเข้าร่วมได้ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์คือ จำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้ป่วยรุนแรง ความพร้อมในการรองรับผู้ป่วย อัตราการเสียชีวิตต่ำกว่า 0.1 เปอร์เซ็นต์ ฉีดวัคซีนครอบคลุม 80 เปอร์เซ็นต์ ในกลุ่ม 60 ปีขึ้นไป
ด้านศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายว่า การติดเชื้อโควิดในตอนนี้ยังไม่เข้าข่ายการเป็นโรคประจำถิ่น และโควิดอาจจะกลับมาแพร่ระบาดใหม่ได้อีก ช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ จึงไม่อยากให้ประมาท และหลายประเทศรวมถึงไทย ก็เริ่มมีนโยบายที่ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ การป้องกัน และการรักษาจึงสำคัญ โดยเฉพาะการฉีดวัคซีน ที่จะทำให้การติดเชื้อไม่รุนแรง และลดโอกาสเสียชีวิตได้
ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ว่า ยังอีกไกลที่โควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น เพราะมีโอกาสเกิดการระบาดใหญ่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้อยู่
หลายประเทศเริ่มปรับมาตรการรับมือโควิด-19 ให้เป็นเหมือนโรคประจำถิ่นแล้ว เช่น ในสหรัฐฯ มี 5 รัฐ ที่ประกาศว่าจะกลับมาบริหารจัดการการระบาดของโควิด-19 ในภาวะปกติ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย ยูทาห์ แอริโซนา มิสซูรี และนิวเจอร์ซีย์
ส่วนที่สเปน ประกาศเมื่อปลายเดือนที่แล้ว กำหนดให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น พร้อมกับยกเลิกมาตรการบังคับกักตัว 7 วัน สำหรับผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง แต่ยังแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
ล่าสุด ที่เกาหลีใต้ ได้ยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดเกือบทั้งหมดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไว้แต่การสวมหน้ากากอนามัย และเตรียมลดระดับโรคโควิด-19 ให้เป็นโรคระบาดระดับสอง โดยจะยกเลิกการบังคับกักตัวผู้ป่วยโควิดปลายเดือนหน้า พร้อมทั้งเปิดทางให้ผู้ป่วยรับการรักษาที่คลินิกหรือโรงพยาบาลทั่วไปในพื้นที่ได้
ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มองว่า ต้องบริหารสถานการณ์ให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่วนที่มีการมองว่าเป็นขาลงของโควิด นายอนุทิน บอกว่า ไม่อยากให้พูดว่าเป็นขาลง เพราะ กลัวประชาชนจะย่อหย่อน ส่วนการจะปรับเป็นโรคประจำถิ่นเมื่อไหร่ มีแผนเตรียมไว้อยู่แล้ว
นอกจากนี้ยังย้่ำว่า อยากให้ทุกฝ่าย ก้าวข้ามตัวเลขผู้ติดเชื้อ เพราะถ้าจะปรับโควิดเป็นโรคประจำถิ่น จำนวนผู้ป่วยหนักสำคัญกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่