ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ วิเคราะห์ตามหลักวิชาการ คาดนักร้องสาวเสียชีวิต อาจมีการกดทับไขสันหลังส่วนคอ
จากกรณีนักร้องสาว “ผิง ชญาดา” หลังก่อนหน้านี้เธอออกมาเผยอาการป่วยที่คาดว่าเกิดจากการ “นวดบิดคอ” ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ วิเคราะห์ปม ตามหลักวิชาการ และภาพเอ็กซเรย์ (ไม่มีข้อมูลการตรวจร่างกาย) คาดอาจมีการกดทับไขสันหลังส่วนคอ ทำให้เกิดอัมพาตได้ แต่ไม่ได้เป็นเหตุแห่งการเสียชีวิตโดยตรง หากมีการผ่าตรวจไขสันหลังบริเวณกระดูกคอจะสามารถแสดงให้เห็นว่ามีการบาดเจ็บที่ไขสันหลังจริงหรือไม่ ?
นาวาอากาศเอก(พิเศษ) นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ และที่ปรึกษาผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ สายกิจกรรมพิเศษ เปิดเผยถึงกรณีนักร้องสาวที่เสียชีวิต และมีประวัติไปนวด ที่มีการบิดคอ ตามหลักวิชาการ และภาพเอ็กซเรย์ (ไม่มีข้อมูลการตรวจร่างกาย) แสดงให้เห็นภาพเอ็กซเรย์กระดูกคอ(มองจากด้านข้าง)
ของคนเรา บางคนอาจมีช่องที่อยู่ของไขสันหลัง (Spinal Canal) ที่กว้าง
(ภาพที่ 1.) บางคนอาจจะแคบ (ภาพที่สอง)
- ภาพแรก เอ็กซเรย์กระดูกคอด้านข้าง แสดงช่องที่อยู่ของไขสันหลัง(Spinal Canal)ที่มีขนาดแคบ >> ช่องระหว่าง PV และ SV
- ภาพที่สอง เอ็กซเรย์กระดูกคอด้านข้าง แสดงช่องที่อยู่ของไขสันหลัง(Spinal Canal)ที่มีขนาดกว้างค่อนข้างมาก >> ช่องระหว่าง PV line สีเขียวและ SV line สีเหลือง
นายแพทย์ไพศาล ระบุว่า มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีการกดทับไขสันหลังส่วนคอ แล้วทำให้เกิดอัมพาต แล้วนำไปสู่โรคแทรกซ้อน แล้วเกิดการเสียชีวิต หากมีการผ่าศพ Autopsy และตรวจไขสันหลังบริเวณกระดูกคอปล้องที่ 4-5 (C4-5)ที่เห็นภาพผิดปกติ ก็จะสามารถแสดงให้เห็นสาเหตุที่แท้จริงได้ดียิ่งขึ้น
ข้อมูลทางการแพทย์ที่นำมาชี้แจงประกอบ โดยนักร้องเสียชีวิต มีประวัติไปรับบริการนวด และมีการบิดคอ
ข้อมูลด้านกายวิภาคศาสตร์ กระดูกสันหลังส่วนคอต่อลงมาจากกระโหลกศรีษะ มี 7 ชิ้น/ปล้อง เชื่อมต่อกันด้วยหมอนรองกระดูก (Vertebral Disc)และข้อต่อ(Facet Joint) เล็กๆ 2 ข้าง มีเอ็นยึดปล้องที่อยู่ติดกัน ให้เกิดความแข็งแรง แต่ที่มีความสำคัญมาก คือ กระดูกสันหลังส่วนคอเหล่านี้ จะมีช่องให้ไขสันหลัง(Spinal Cord) ส่วนต่อจากสมองได้อยู่ (เรียกว่า Spinal Canal ) อย่างปลอดภัยตลอดทางไปจนถึงระดับส่วนต้นของกระดูกสันหลังระดับบั้นเอว (L 1) เพราะล้อมรอบด้วยกระดูกเป็นช่องที่ให้ไขสันหลังอยู่ เรียกว่า Spinal Canal เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บต่อไขสันหลัง (Spinal Cord Injury)ได้ง่าย
ไขสันหลัง ทำหน้าที่ติดต่อระหว่างสมองกับส่วนต่างๆของร่างกายที่อยู่ต่ำกว่าศีรษะลงมา ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ในการส่งกระแสประสาท ทั้งในแง่ของการสั่งให้กล้ามเนื้อแขนขาและส่วนต่างๆ รวมทั้งอวัยวะต่างๆทำงาน (motor function) และในแง่ของการรับความรู้สึก (sensory function)
นายแพทย์ไพศาล ไขสันหลังส่วนคอจะมีเส้นประสาทออกตามช่องระหว่างกระดูกสันหลังส่วนคอไปควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนไหล่ แขน ข้อมือ และมือ ในขณะเดียวกันก็รับความรู้สึก(ร้อน/เย็น แหลม/ทื่อ ฯลฯ) กลับขึ้นไปเพื่อนำไปประเมินความรู้สึกในสมอง การบาดเจ็บของไขสันหลังส่วนคอจึงทำให้เกิดอัมพาตของทั้งแขนและขาได้ ที่เรียกว่า Quadriplegia
- ช่องที่อยู่ของไขสันหลังที่เรียกว่า Spinal Canal อาจมีขนาดกว้างให้ไขสันหลัง (Spinal Cord) อยู่ได้อย่างสบาย หรือในบางรายอาจมีขนาดแคบลงมาตั้งแต่กำเนิด ที่เรียกว่า Congenital Cervical Stenosis หรือ CCS หากมีการเคลื่อนของกระดูกสันหลังส่วนคอ เพียงเล็กน้อย หรือสภาวะอื่นใดที่ทำให้ช่องไขสันหลังแคบลง จะมีผลให้เกิดการกดทับไขสันหลัง ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ อาจมีการปวดร้าวหรือทำให้มีความรู้สึกชา ลงมาตามแนวเส้นประสาทที่ถูกกดทับ มากน้อยแตกต่างกันออกไป จนประทั่งถึงอัมพาตของแขนและขาเลยทีเดียว
คนเรามีโอกาสรู้ได้ก่อนหรือไม่ว่าตนเองมี ช่องที่เป็นที่อยู่ของไขสันหลัง (Spinal Canal) แคบมาตั้งแต่กำเนิด ที่เรียกว่า CCS คำตอบที่มีคือไม่มีทางทราบมาก่อน หากไม่มีเหตุการณ์ที่นำไปสู่การ เอ็กซเรย์กระดูกคอ เช่น จากอาการปวดคอ ปวดร้าวลงมาที่ไหล่ ที่แขนหรือที่นิ้วมือ แล้วแพทย์สงสัยว่าจะมีสาเหตุมาจากกระดูกคอผิดปกติ หรือ จากอุบัติเหตุที่คอหรือศรีษะ แล้วสงสัยว่าอาจมีกระดูกคอหักหรือเคลื่อน แพทย์ก็จะขอเอ็กซเรย์ดูกระดูกคอ
การดูเอ็กซเรย์กระดูกคอ (จากภาพถ่ายจากด้านข้าง) ว่าช่องที่ไขสันหลังอยู่(Spinal Canal)มีการตีบแคบ(Stenosis) จะต้องประเมินโดยหมอที่ผ่านการฝึกอบรมมาเช่นหมอเอ็กซเรย์ หมอด้านกระดูก หมอด้านประสาทฯ โดยจะต้องวัดระยะจากหน้าไปหลัง ของ Spinal canal (ระยะ B จากแนว PV ไปยังแนว SL) )และ จากขอบหน้าไปขอบหลัง ของกระดูกสันหล้งส่วนคอในระดับเดียวกัน (ระยะ A จากแนว AV ไป PV)โดยหาก B สั้นกว่า A ก็มีแนวโน้มที่ช่องที่ไขสันหลังอยู่จะแคบมาตั้งแต่กำเนิด
ภาพเอ็กซเรย์กระดูกคอ(ดูจากด้านข้าง หรือ Lateral View)
ภาพแรก มีเส้นประ 3 เส้น
- AV (Anterior Vertebrae Line) เส้นแนวด้านหน้าของตัวกระดูกสันหลังส่วนคอ ทั้ง 7 ปล้อง
- PV (Posterior Vertebrae Line) เส้นแนวด้านหลังของตัวกระดูกสันหลังส่วนคอ ทั้ง 7 ปล้อง
- SL (SpinoLaminar Line ) เส้นแนวของรอยต่อระหว่างฐานของกระดูก Spinous Process และ Laminar ทั้ง 7 ปล้อง
เราจะเห็นว่าระยะห่างระหว่าง PV - SL( Spinal Canal ช่องที่ไขสันหลังอยู่) จะน้อยกว่า AV - PV เล็กน้อย
ภาพที่สอง มีเส้นสี 4 เส้น
- เส้นประ สีเขียว คือ AV Line
- เส้นประ สีเหลือง คือ PV Line
- เส้นประ สีน้ำเงินคือ SL Line
จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่าระยะห่างระหว่าง PV line- SL line (เหลือง - น้ำเงิน) (Spinal Canal ช่องที่ไขสันหลังอยู่) จะมีขนาดพอๆกับ AV line - PV line (เขียว - เหลือง) หากประเมินจากภาพเอ็กซเรย์ทั้งสอง
- ภาพแรกจะสามารถประเมินได้ว่า คนไข้รายนี้ Spinal Canal หรือ ช่องที่ไขสันหลังอยู่ น่าจะแคบ กว่า คนไข้ ในภาพที่สอง
- ภาพที่สาม ไม่มีเส้นขีดให้เห็น แต่ทุกท่านที่ผ่านการดูภาพแรกและภาพที่สองมาแล้ว จะเห็นได้ไม่ยากว่า เส้น AV PV SL คือเส้นไหน ?
เราจะเห็นว่าระยะห่างระหว่าง PV line - SL line (Spinal Canal ช่องที่ไขสันหลังอยู่) จะมีขนาดกว้างกว่า AV line - PV line ค่อนข้างมาก
นายแพทย์ไพศาล เปิดเผยว่า หากไปเปรียบเทียบกับภาพเอ็กซเรย์ของน้องนักร้องที่กำลังเป็นข่าวอยู่ ในขณะนี้ เราจะเห็นว่ามีการเคลื่อนของกระดูกคอระหว่างปล้องที่ 4 และ 5 (C 4-5) กระดูก C5 เคลื่ิอนไปด้านหลังเล็กน้อย และหากเราลองลากเส้นดู AV line PV lineและ SL line เส้นทั้งหมดจะไม่curve เหมือนในคนปกติที่พบเช่นในภาพเอ็กซเรย์อื่นๆ เราพอจะเห็นได้ว่า Spinal Canal (PV line - SL line ) จะมีขนาดพอๆกันกับระยะระหว่าง AV line - PV line แต่เนื่องจากมีการเคลื่อนของกระดูกคอปล้องที่ 5 หรือ C 5 ไปด้านหล้งอีก ซึ่งอาจจะแสดงว่ามีการกดทับไขสันหลังในตำแหน่งนั้นก็อาจเป็นไปได้ ซึ่งอาจจะนำไปอธิบายต่อว่าทำไมนักร้องท่านนี้ถึงมีอัมพาตของแขนขาด้วย
สรุป การเสียชีวิตของนักร้องรายนี้ ควรได้รับการผ่าศพ (Autopsy) เพื่อดูว่าไขสันหลัง หรือ Spinal Cord ตรงตำแหน่งกระดูกคอที่เคลื่อนนั้น (ปล้อง C 4-5 ) มีรอยฟกช้ำ (Contusion) หรือแสดงถึงการบาดเจ็บ ของไขสันหลัง(Spinal Cord Injury) หรือไม่ ? จึงจะสามารถบอกได้ชัดเจนว่าไขสันหลังมีการบาดเจ็บหรือไม่ ?
ข้อเขียนนี้ โดย นาวาอากาศเอก(พิเศษ) นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ (เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กร)