เตือนหน้าฝน! ระวังโรคไข้ดิน 2568 ป่วยแล้ว 308 ราย คร่าชีวิต 7 ราย
สธ.เตือน หน้าฝนระวังป่วยโรคเมลิออยโดสิส (โรคไข้ดิน) ครึ่งปี 2568 ป่วยแล้ว 308 ราย เสียชีวิต 7 รายเป็นชาวอุดรธานี แนะ ไม่ควรย่ำน้ำ ย่ำโคลนเท้าเปล่า สวมรองเท้าบูท สวมถุงมือยาง และกางเกงขายาวเพื่อป้องกัน ดื่มน้ำจากแหล่งที่สะอาดหรือน้ำต้มสุก
แพทย์หญิงวราลักษณ์ ตังคณะกุล นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 จังหวัดอุดรธานี กล่าวถึงโรคเมลิออยโดสิส หรือโรคไข้ดิน ว่าเกิดจากการ ติดเชื้อแบคทีเรีย เบอร์โคเดอเรีย สูโดมัลลิอาย (Burkholderia pseudomallei) พบได้ทั่วไปในดิน ในน้ำ นาข้าว ท้องไร่ สวนยาง ทั่วทุกภาคในประเทศไทย ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จับปลา ลุยน้ำ ปลูกแปลงผัก ทำสวน สวนยาง จับปลา หรือลุยโคลน
เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง
- การสัมผัสน้ำหรือดินที่มีเชื้อปนเปื้อน
- ดื่มน้ำ หรือรับประทาน อาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป
- สูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป หลังติดเชื้อประมาณ 1-21 วัน จะเริ่ม
มีอาการเจ็บป่วย แต่บางรายอาจนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับและภูมิต้านทานของแต่ละคน อาการของโรคนี้
- ไม่มีลักษณะเฉพาะ จะมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่น ๆ หลายโรค เช่น มีไข้สูง มีฝีที่ผิวหนัง มีอาการทางระบบ
- ทางเดินหายใจ อาจติดเชื้อเฉพาะที่ หรือติดเชื้อแล้วแพร่กระจายทั่วทุกอวัยวะและเสียชีวิตได้
สถานการณ์โรคเมลิออยโดสิส หรือไข้ดิน ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 16 กรกฎาคม 2568พบ ผู้ป่วยจำนวนทั้งสิ้น 308 ราย เสียชีวิต 7 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 22.7 ผู้เสียชีวิตอยู่ในจังหวัดอุดรธานี จำนวน 7 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือกลุ่มอายุ 55-64 ปี รองลงมา คือ กลุ่ม 65 ปีขึ้นไป อาชีพที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุด คือ เกษตรกรจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ จังหวัดบึงกาฬ รองลงมา คือ นครพนม และอุดรธานี ตามลำดับ
ดร.วรวัตต์ ชาญวิรัตน์ หัวหน้ากลุ่มโรคติดต่อ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการป้องกันโรคเมลิออยโดสิส หรือโรคไข้ดิน สามารถทำได้
- ผู้ที่มีบาดแผลให้หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากจำเป็น ขอให้สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง กางเกงขายาวหรือชุดลุยน้ำ และรีบทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดและสบู่
- หากมีบาดแผลที่ผิวหนัง ควรรีบทำความสะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อและหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำจนกว่าแผลจะแห้งสนิท
- รับประทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำขวดที่ผ่านมาตรฐานทุกครั้ง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสลมฝุ่น และการอยู่ท่ามกลางสายฝน
- ลด ละ เลิก การดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ ซึ่งจะทำให้สุขภาพดีขึ้นและมีภูมิต้านทานโรคดีขึ้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422