อนุทิน คอนเฟิร์ม เชื้อจากนทท.ต่างชาติ ไม่ใช่ฝีดาษลิง แต่เป็นโรคเริม
รมว.สธ. ยืนยัน ผลตรวจเชื้อจากห้องปฏิบัติการ จากนักท่องเที่ยวเข้าข่าย เป็นฝีดาษลิง สรุปเป็นโรคเริม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุถึงผลจากจุดคัดกรองโรคฝีดาษลิง ซึ่งคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ ที่เปิดดำเนินการวันนี้ที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นวันที่ 3 ภาพรวมยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยพบมีนักท่องเที่ยวจากแถบประเทศตะวันตก และแอฟริกา มีอาการเป็นผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัย จึงส่งตัวไปที่สถาบันบำราศนราดูร แต่ผลจากห้องปฏิบัติการยืนยันแล้วว่า นักท่องเที่ยวคนนี้ไม่มีเชื้อฝีดาษลิง แต่เป็นโรคเริม
กรมควบคุมโรค ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน สกัด "โรคฝีดาษลิง"
และขณะนี้แม้จะยังไม่พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง แต่การคัดกรองโรคฝีดาษลิงก็ยังดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะคนที่เดินทางมาจากประเทศที่พบการระบาด ซึ่งถ้าเจอผู้ที่ป่วยเข้าข่ายสงสัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็มีความพร้อมในการตรวจ
ส่วนเรื่องการหารือกับองค์การอนามัยโลก หรือ WHO เพื่อขอสนับสนุนวัคซีนฝีดาษลิง นายอนุทินระบุว่า องค์การอนามัยโลกให้คำตอบว่า หากมีความจำเป็นก็จะให้การสนับสนุน แต่ขอให้เป็นไปตามสถานการณ์ของแต่ละประเทศ ทั้งนี้หากไทยมีความจำเป็นจะต้องกลับมาปลูกฝี ก็มีความพร้อม เพราะมีหัวเชื้อที่เก็บแช่แข็งตั้งแต่ 40 ปีที่แล้ว แต่ก็ต้องไปตรวจสอบว่า สามารถใช้ได้กับเชื้อฝีดาษลิงหรือไม่
ขณะเดียวกันของ 5 องค์กรแพทย์ ประกอบด้วยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย, ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย, สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย, สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย และสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ยังออกแถลงการณ์เกี่ยวกับโรคฝีดาษลิง แจงชัดตั้งแต่แหล่งเกิดโรคเกิดจากสัตว์ฟันแทะ แต่พบเชื้อในลิงครั้งแรก จึงถูกเรียกว่า ฝีดาษวานร และยืนยันว่า ขณะนี้ในไทยยังไม่มีรายงาน การพบเชื้อฝีดาษลิงในสัตว์ฟันแทะ ขณะเดียวกันต้นตอของการระบาดในหลายประเทศยังไม่พบสาเหตุ อยู่ระหว่างการสอบสวน
ผู้เชี่ยวชาญเตือน การระบาดของ “ฝีดาษลิง” ไม่ปกติ แนะจับตาใกล้ชิด
ส่วนตัวโรคแพร่เชื้อได้ขณะมีไข้ แพร่มากที่สุดตอนมีตุ่มน้ำใส ถ้าหากติดเชื้อส่วนใหญ่หายได้เอง และการระบาดขณะนี้ ยังไม่ได้แพร่เป็นวงกว้าง จนต้องห้ามคนที่มาจากประเทศที่พบการระบาดเข้าไทย
พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวที่มีอาการไข้ ปวดหัว มีตุ่มน้ำใส ที่เดินทางมาจากประเทศที่ระบาด การใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เมื่อใกล้ชิดผู้ป่วยสามารถช่วยได้ ไม่นำสัตว์ป่ามาเลี้ยง และที่สำคัญมองว่า โรคนี้มีโอกาสน้อยที่จะระบาดมาถึงไทย จึงไม่จำเป็นที่จะเร่งรีบหาวัคซีน
แพทย์เตือน "ฝีดาษลิง" โรคติดต่อจากสัตว์ที่พบไม่บ่อยแต่อันตรายถึงชีวิต
“อนุทิน” หารือ ผอ.ใหญ่ WHO ขอสนับสนุนวัคซีนฝีดาษคน รองรับหากระบาด