เสื้อม่อฮ่อมสีฟ้า กับแว่นตาคู่ใจ พร้อมด้วยกระเป๋าสะพายใบเล็ก ภายในบรรจุอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เป็นลักษณะเฉพาะของ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ในยามที่ไปปรากฎตัวตามสถานที่ชุมนุมของกลุ่มราษฎร
หมอทศพร บอกว่า จุดเริ่มต้นการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา เพราะมีจุดยืนเดียวกัน คือ ตั้งแต่ช่วงต่อต้านรัฐประหาร จนถึงปัจจุบันพัฒนาข้อเรียกร้องพัฒนามาไกลจนถึงแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เต็มไปด้วยกับดักที่ไม่สอดรับกับหลักการประชาธิปไตย นอกจากการไปร่วมและให้กำลังใจคนรุ่นหลัง อีกบทบาทของหมอทศพร คือ การใช้วิชาแพทย์มาช่วยสนับสนุนการชุมนุมในยามคับขัน
ในช่วงเวลาที่ไม่ได้ไปร่วมชุมนุม ดนตรีและศิลปะ เป็นงานอดิเรกของหมอทศพร โดยเฉพาะการวาดภาพบุคคลสำคัญทางการเมืองในแต่ละช่วงเวลา
ก่อนหน้านี้หมอทศพรเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.แพร่ ถึง 3 สมัย เคยเป็นถึงรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ก่อนที่ไทยรักไทยจะถูกยุบพรรคและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และกลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้ง ในฐานะโฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรีของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ก่อนถูก คสช.ยึดอำนาจ จนกระทั่งรัฐบาล คสช.ประกาศให้มีการเลือกตั้ง หมอทศพรเลือกลงสมัครอีกครั้ง ในนามพรรคไทยรักษาชาติ แต่แล้วพรรคไทยรักษาชาติก็ถูกยุบ
หมอทศพรบอกว่า แม้จะห่างหายจากตำแหน่งทางการเมืองมานานหลายปี แต่ก็ไม่ได้ท้อ และรอวันที่จะกลับเข้าสภาอีกครั้ง เพราะมีความตั้งใจทำงานและใช้ความรู้ที่มีพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศ
หมอทศพรบอกว่า แม้วันนี้เขาจะไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แต่การทำงานกับมวลชนยังคงทำได้เสมอ และในฐานะที่เข้าร่วมการชุมนุมหลายครั้ง เขาเสนอว่า หลังจากนี้รัฐบาลควรมีบทบาทประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง และช่วยดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม