เช็กด่วน! ก่อน 9 ธ.ค. ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น อบจ. เปิดกำหนด เพิ่ม - ถอน - แจ้งไม่ไปใช้สิทธิ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตรวจสอบด่วน! ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น อบจ.ทั่วประเทศ รีบก่อน 9 ธ.ค. กางกำหนด เพิ่ม ถอน ยกเว้น แจ้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอบจ. กกต.แนะนำหลักฐาน เอกสาร เหตุผล

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้วันที่ 20 ธันวาคม 2563 เป็นวันเลือกตั้ง  สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรกในรอบ 6 ปี นับแต่ปีพ.ศ. 2557  โดยครั้งนี้เลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ

  • อบจ.คืออะไร

เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ มีจังหวัดละ 1 แห่ง มีเขตพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมทั้งจังหวัด มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นฝ่ายบริหาร และสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด

วาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี  มีหน้าที่และอำนาจดำเนินกิจการภายในเขตองค์การบริการส่วนจังหวัด เช่น ตราข้อบัญญัติโดยไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย จัดทำแผนพัฒนาองค์การบริการส่วนจังหวัด และประสานการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด  บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น จัดการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา รวมทั้งการจัดการหรือสนับสนุนการดูแลและพัฒนาเด็กเล็ก ให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริมและสนับสนุนในการดูแลการจราจรและการรักษาความสงบเรียบร้อย

ข้อมูลกกต.ระบุว่า จำนวน สมาชิกอบจ.ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรของจังหวัดนั้นๆ

จำนวนราษฎร  ไม่เกิน 500,000 มี สมาชิก อบจ.ได้ คน 24 คน

เกิน 500,000 คน แต่ไม่เกิน 1 ล้านคน ได้ 30 คน

เกิน 1 ล้านคน แต่ไม่เกิน 1.5 ล้านคน  ได้ 36 คน

เกิน 1.5 ล้านคน แต่ไม่เกิน 2 ล้านคน  ได้ 42 คน

เกิน 2 ล้านคนขึ้น ได้ 48 คน

20 ธ.ค.2563 เลือกตั้งท้องถิ่น เลือกตั้งอบจ.ทั่วประเทศ ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ดังนี้

  • มีสัญชาติไทย แต่ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
  • และคุณสมบัติอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด

ลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

  • เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
  • อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
  • ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ขอบด้วยกฎหมาย
  • วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
  • มีลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด

หลักฐานที่ใช้แสดงตนในการลงคะแนนเลือกตั้ง

  • บัตรประจำตัวประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้)
  • บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ  ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ฯลฯ

ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

กกต. ย้ำประชาชนตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ท้องถิ่น “เพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ” ภายในวันที่ 9 ธันวาคม 2563 ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ที่ https://stat.bora.dopa.go.th/Election/enqelectloc/ เพียงกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก 

เมื่อ ตาม URL https://stat.bora.dopa.go.th/Election/enqelectloc/  เข้าไปจะเจอหน้าแรก

กรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หน้าจอจะแสดงผล

ปฏิทินเลือกตั้งท้องถิ่น

9 ธันวาคม 2563 เป็น วันสุดท้ายเพิ่มชื่อถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

13 - 19 ธันวาคม 2563 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

20 ธันวาคม 2563  วันเลือกตั้ง

21 - 27 ธันวาคม 2563  ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

19 มกราคม 2564  วันสุดท้ายประกาศผลการเลือกตั้ง กรณีไม่มีเรื่องร้องเรียน

  • การเพิ่มชื่อ – ถอนชื่อ

ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน (9 ธ.ค.63)

หากพบว่าตนเองหรือผู้มีชื่อยู่ในทะเบียนบ้านของตนไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือเจ้าบ้านเห็นว่ามีชื่อบุคคลอื่นอยู่ในทะเบียนบ้านของตนโดยไม่ได้อาศัยอยู่จริงให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเพื่อขอเพิ่มชื่อ – ถอนชื่อ พร้อมนำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นใดที่ทางราชการออกให้ไปแสดงด้วย

  • การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใดที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เนื่องจากมีเหตุอันสมควร ให้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน โดยทำเป็นหนังสือซึ่งต้องระบุเลขประจำตัวประชาชน และที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง สามารถแจ้งด้วยตัวเอง หรือมอบหมายให้ผู้อื่นไปยื่นแทน หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

  • เหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้

  1. มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล 
  2. เจ็บป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
  3. เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
  4. เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
  5. มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
  6. ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง
  7. มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่นที่ กกต. กำหนด

กรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้แจ้งเหตุไว้แล้ว หากในวันเลือกตั้งเหตุดังกล่าวได้สิ้นสุดลง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้งได้

  • หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะถูกจำกัดสิทธิ ดังนี้

  1. สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือ ส.ถ. หรือ ผ.ถ. หรือสมัครรับเลือกเป็น ส.ว.
  2. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
  3. เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอน ส.ถ. หรือ ผ.ถ.
  4. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
  5. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
  6. การถูกจำกัดสิทธิ กำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง

กกต.เคาะเลือกตั้งอบจ. 20 ธ.ค.เปิดรับสมัคร 2-6 พ.ย.

 

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ