ติดตามตรวจสอบต่อเนื่องปมจ่ายสินบน 20 ล้านบาทของน้องชายนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หลังยื่นไปสองหน่วยงานทั้งอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ล่าสุดวันนี้นายวัชระ เพชรทอง ยื่นเรื่องให้ประธานคณะ กรรมาธิการกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบ โดยายสิระ เจนจาคะ เตรียมเรียกครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ ชี้แจงหากพบมีส่วนพัวพันจริง
เป็นการชี้แจงแนวทางการทำงานคณะกรรมาธิการต่อจากนี้ของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ หลังรับเรื่องร้องเรียนจาก นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นเรื่องขอให้ตรวจสอบสาเหตุการไม่สั่งฟ้องนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กรณีพัวพันการติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ได้สิทธิ์เช่าที่ดินทำเลทอง 12 ไร่เศษ ย่านชิดลม มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ในระยะยาว โดยไม่ผ่านขั้นตอนการประมูล
นายสิระอธิบายเพิ่มเติมว่า เหตุผลที่คิดว่าต้องเชิญบุคคลอื่นในครอบครัวนายสกุลธร มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้เป็นแม่ และ นายธนาธร พี่ชาย มาให้ข้อมูล เพราะมีชื่อเป็นกรรมการบริหารบริษัท ที่ทำข้อตกลงจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินฯ หากพบว่าการจ่ายเงินทำในนามบริษัท ก็จำเป็นต้องเชิญผู้บริหารที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล
นายสิระระบุว่า หากนายธนาธร บริสุทธิ์ใจและไม่เห็นด้วยกับการทุจริตและความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมเหมือนที่เคลื่อนไหว ก็ควรชี้แจงเอง หรือ ให้น้องชายชี้แจงว่าเหตุใดถึงไม่ถูกฟ้อง
นายสิระยันว่าการตรวจสอบครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ด้านนายวัชระยืนยันว่า ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝง แต่เป็นเรื่องปัญหาในกระบวนการยุติธรรม และข้อมูลก็ได้รับจากบุคคลที่ไม่ประสงค์ออกนาม ส่งเอกสารยังพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมอบให้ตรวจสอบโดยตรง
ระหว่างรับเรื่องจากนายวัชระ นายสิระได้นำปี๊บที่ติดป้ายข้อความว่า “ฝากให้ธนาธร” มาแสดงให้สื่อมวลชน เพื่อขอให้ส่งต่อไปยังนายธนาธร ใส่เดินเวลาพบผู้คน โดยอ้างว่าเป็นห่วงว่านายธนาธร จะเกิดความอายเพราะมีเรื่้องอื้อฉาวทั้งตัวเองและน้องชาย และขอให้ไปฟังเพลง "หนักแผ่นดิน"
วันเดียวกัน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นเรื่องให้ นายสิระ ติดตามความคืบหน้าคดีที่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แม่ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินมิชอบด้วยกฎหมาย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ว่าเหตุใดคดีถึงล่าช้าถึง 2 ปี ยังไม่เข้าสู่กระบวนการ ในขณะที่คดีของตัวเอง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถาม น.ส.ปารีณา ว่ามั่นใจหรือไม่ว่าคดีบุกรุกป่าสงวนไม่ผิดกฎหมาย น.ส.ปารีณา ยื่นยันว่า มีอาชีพเป็นเกษตกร จึงใช้สิทธิการเป็นเกษตรกร เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. ด้วย ขณะเดียวกันก็เป็น ส.ส. ควบคู่ไปด้วย ส่วนจะมีความผิดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับศาล
ตลอดการให้สัมภาษณ์ของ น.ส.ปารีณา นายสิระ พยายามให้ข้อมูลควบคู่ไปด้วย โดยยืนยันว่าการรับเรื่องครั้งนี้ ไม่ใช่การช่วยเหลือหรือออกรับแทนกัน และไม่เกี่ยวข้องทางการเมือง และมองว่าคนเล่นการเมือง ต้องไม่มีประวัติพัวพันเรื่องทุจริต พราะเมื่อมาเป็นนักการเมืองแล้ว ต้องถูกขุดคุ้ยเรื่องในอดีต
คำพูดของนายสิระไปสอดคล้องกับท่าทีของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ที่โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกรณีของนายสกุลธร ในลักษณะตั้งข้อสังเกตและเตือนนายทุนใหญ่ ที่จะมาลงเล่นทางการเมืองว่า “คนที่ไม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ย่อมทำผิดพลาดซ้ำรอยเสมอ” บรรดาเจ้าสัวถึงได้เตือนนักเตือนหนาว่า เป็นนายทุนใหญ่ ทำมาค้าขาย อย่าได้ริอาจให้ใครในตระกูลไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะหากพลาดไปอาจกระทบกับธุรกกิจที่ตระกูลสร้างมา
โดยนายชูวิทย์ได้โพสต์ชื่อตระกูลที่มีชื่อเสียงและการเงินหลายคนมาเป็นตัวอย่างด้วย ทั้งเข้ามาเล่นแล้วประสบปัญหา และที่ไม่ลงเล่นการเมืองประกอบความคิดเห็นดังกล่าวด้วย
กองปราบฯสอบ"สกุลธร"ให้สินบน จนท."ทรัพย์สินฯ" 20 ล้านบาท