ฟังได้ว่านายสุขเสก พลตื้อ และนายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ เป็นผู้ก่อเหตุ และเป็นการฟ้องซ้ำในคดีร่วมกับ นปช.ก่อการร้ายเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต จึงพิพากษายกฟ้อง ส่วนอดีตผู้ดำเนินรายการ "เอเชียอัพเดต" ที่ตกเป็นจำเลยฐานสนับสนุนได้รับการประตัวมาตลอดการพิจารณาคดีก็ได้รับการยกฟ้องด้วยเช่น
วันนี้ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีฆ่า พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรมกับผู้ใต้บังคับบัญชา ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 และนางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุขเสก หรือเสก พลตื้อ, นางพรกมล บัวฉัตรขาว หรือนางกนกพร ศิริพรรณาภิรัตน์ อดีตผู้ดำเนินรายการทีวีสถานีประชาชน ช่องเอเชียอัพเดต และนายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ การ์ดแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าและสนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่นฯ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ
โดยโจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 15 พ.ย. 2552 - 20 พ.ค. 2553 กลุ่ม นปช.ร่วมกันชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ลาออกจากตำแหน่ง จนวันที่ 7 เม.ย. 2553 นายอภิสิทธิ์ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร และออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. เพื่อปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่แยกคอกวัวมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
กระทั่งวันที่ 10 เม.ย. 2553 จำเลยที่ 1 คือนายสุขเสกและ จำเลยที่ 3 คือนายสุรชัยหรือหรั่ง กับพวกร่วมกันมีลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ M-67 คนละ 3 ลูก ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงิน และจัดหาระเบิดให้ โดยพวกจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้อื่นด้วยการขว้างระเบิดสังหาร 2 ลูก ใส่เจ้าหน้าที่ทหารขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถนนดินสอ เป็นเหตุให้ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม(ยศในขณะนั้น) รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ กับนายทหารรวม 5 นายเสียชีวิต และมีนายทหารอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยพวกจำเลยให้การปฏิเสธ
วันนี้ศาลเบิกตัวนายสุขเสก และนายสุรชัย จากเรือนจำมาศาล ส่วนนางพรกมลที่ได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล ขณะที่อัยการโจทก์และนางนิชา โจทก์ร่วมไม่ได้มาศาล
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำเบิกความพยานโจทก์มีข้อพิรุธ โดยอ้างคนร้ายข้างระเบิดมาจากบ้านไม้เรือนไทยที่อยู่ตรงข้าม รร.สตรีวิทยา แต่ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าคนก่อเหตุเป็นนายสุขเสกและนายสุรชัยหรือหรั่ง และพยานโจทก์ที่อ้างเป็นผู้ติดตามจำเลย แต่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ไม่รู้จักกลุ่ม นปช. ไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง
ศาลเชื่อว่าให้การทั้งที่ไม่รู้เห็น แต่ได้รับประโยชน์ตอบแทนจากการเข้าโครงการคุ้มครองพยาน ประจักษ์พยานโจทก์ จึงไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ และศาลพิจารณาคำฟ้องจำเลย เปรียบเทียบกับคดี นปช.ก่อการร้าย ซึ่งฟ้องนายสุขเสกและนายสุรชัย เป็นจำเลยในคดีด้วย ศาลเห็นว่าเป็นบุคคลเดียวกัน มูลเหตุช่วงเวลาเดียวกัน ถือเป็นการฟ้องซ้อน จึงพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1-3 คือนายสุขเสก นายสุรชัย และนางพรกมล
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความจำเลย ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า คดีนี้ศาลพิเคราะห์ใน 3 ประเด็นคือ ประเด็นแรก พิจารณาว่าการเสียชีวิตของ พล.อ.ร่มเกล้าเกิดจากระเบิดชนิดใดและที่ใด ซึ่งมีพยานอ้างว่ามีการขว้างระเบิด ศาลรับฟังว่าเป็นการโยนระเบิดจากบ้านไม้ตรงข้าม ร.ร.สตรีวิทยาแต่การโยนระเบิดนั้นไม่มีประจักษ์พยานที่น่าเชื่อถือ น่ารับฟังได้ว่าเป็นจำเลยในคดีนี้ทั้งสองคน พยานที่โจทก์อ้าง มีพิรุธหลายประการ
ประเด็นที่สอง ศาลพิเคราะห์ว่าจำเลยที่ 1,3 ซึ่งอ้างว่าเป็นคนร้าย เป็นลูกน้องเสธ.แดง หรือ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล นั้นได้รับงานจาก เสธ.แดง หรือไปปฏิบัติในการตอบโต้ทหารในวันที่ 10 เม.ย.2553 จริงหรือไม่ จากพยานหลักฐานศาลเห็นว่าไม่มีใครยืนยันที่ชัดเจนและรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองคนอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนระเบิดที่สังหาร พล.อ.ร่มเกล้านิติวิทยาศาสตร์ระบุว่าเป็นชนิดเอ็ม 67 ไม่ใช่เอ็ม 79 ตามที่ทหารในพื้นที่ส่วนใหญ่เชื่อ เป็นการโยนไม่ใช่ขว้างตามที่โจทก์เบิกความ
นายวิญญัติระบุด้วยว่า จะยื่นเรื่องขอประกันตัวนายสุขเสกและนายสุรชัยต่อไป เพราะทั้งคู่ถูกคุมขังมาตลอดการพิจารณาคดี แต่ยังถูกดำเนินคดีก่อการร้ายและทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตทีวันนี้ศาลเห็นว่าเป็นคดีเดียวกัน จึงถูกควบคุมตัวไว้ในเรือนจำ
ส่วนนางพรกมลที่ถูกฟ้องในฐานะผู้สนับสนุนได้รับการประกันตัวมาตลอดการพิจารณาของศาล ส่วนการฟ้องร้องกลับนั้นยังไม่ขอตอบในชั้นนี้ เพราะยังต้องต่อสู้คดีในศาลอุทธรณ์และฎีกา
วันเดียวกันนางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กขอบคุณคนให้กำลังใจพร้อมระบุว่า จากคำพิพากษาเป็นที่ประจักษ์ว่ามีกลุ่มคนที่กระทำต่อเจ้าหน้าที่ทหารจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตโดยใช้อาวุธสงครามร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่จริง มีการโยนระเบิด M67 จากบ้านไม้ถนนดินสอมายังกลุ่มเจ้าหน้าที่ทหาร จึงไม่ใช่การชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธตามที่กล่าวอ้างมาตลอด