นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ ยื่นญัตติด่วนขอให้ที่ประชุมสภาฯ ลงมติว่าจะส่งญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดกฎหมายหรือไม่ หลังมีการเขียนญัตติอภิปรายไว้วางใจเชื่อมโยงถึงสถาบัน
นายวิรัชยืนยันว่า ไม่ต้องการล้มการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นการแสดงจุดยืนว่าญัตติของฝ่ายค้าน อาจจะขัดกฎหมาย หากมีการพูดพาดพิงสถาบัน กล่าวอีกว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จะพยายามไม่ให้ฝ่ายค้านพูดถึงสถาบัน โดยหวังว่า ตอนอ่านญัตติ ฝ่ายค้านจะอ่านข้ามไป เพื่อความสงบสุขของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน โต้ตอบว่า ญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อบรรจุวาระการประชุมแล้ว ก็หมายความว่าฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วว่าไม่ขัดต่อข้อบังคับและกฎหมายอื่นๆพร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเพราะ รัฐบาลอาจตอบข้อซักถามขอฝ่ายค้านไม่ได้ จึงจำเป็นต้องยื่น
การส่งให้ศาลตีความกรณี อภิปรายไม่ไว้วางใจขัดกฎหมายหรือไม่ยังไม่เกิดขึ้น แต่ประเด็นร้อนแรงที่รัฐสภาจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคือ ญัตติของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ขอให้รัฐสภา ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตีความหน้าที่และอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา
โดยการประชุมกว่า 4 ชั่วโมง ผลปรากฎว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยคะแนน 366 ต่อ 316 งดออกเสียง 15
หลังเสร็จสิ้นการพิจารณาญัตติ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เดินได้เข้าไป สวัสดี จับมือ และสวมกอดกับ ส.ว.
ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงวิจารณ์การลงมติครั้งนี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฐานะผู้นำรัฐบาลไม่จริงใจแก้ไขปัญหา