นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ที่มีรายชื่อรัฐมนตรีรวม 18 คนว่า คณะรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมที่จะตอบและชี้แจงข้อสงสัย ให้ประชาชนได้รับทราบ
ส่วนทำไมมีแต่ชื่อรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าไม่มีถึงจะแปลก ทั้งนี้ทุกคนมีความพร้อมอยู่แล้ว เราประชุมคณะรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทุกสัปดาห์
ฉะนั้นเราก็ทราบความเป็นไป และได้มีการย้ำให้รัฐมนตรีทุกคน ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เตรียมความพร้อมในการชี้แจง หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีที่ไม่ได้ถูกอภิปราย ถ้ามีการพาดพิงมาถึงก็ต้องชี้แจงแทนในส่วนงานของเขา ก็เปรียบเหมือน อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งคณะ
แต่หากจะมีการอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลภายนอกเช่นคนที่บุรีรัมย์ เรื่องนี้ นายอนุทินกล่าวว่า มีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้วใครทำอะไรก็ต้องศึกษากฎหมายให้ดี ขณะที่ พรรคกล้าธรรมส่ง นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะโฆษกพรรคกล้าธรรม ส่งข่าวชี้แจงว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคแกนนำฝ่ายค้านให้ร่วมพิจารณาหรือร่วมลงชื่อในญัตติดังกล่าว จึงไม่ได้ร่วมลงชื่อ แต่เมื่อได้เห็นรายละเอียดของญัตติ ยิ่งเห็นชัดว่าเนื้อหาบางส่วน
โดยเฉพาะข้อกล่าวหาหลักต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายราย ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารราชการแผ่นดิน ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แต่กลับให้น้ำหนักกับประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่อง ฮั้ว สว. ทำให้เกิดคำถามว่าแท้จริงแล้วการอภิปรายครั้งนี้ ต้องการตรวจสอบรัฐบาล หรือมุ่งเล่นเกมทางการเมืองกันแน่
นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีบางรายที่ควรมีชื่ออยู่ในญัตติ หากพิจารณาจากการทำงานและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบประชาชนโดยตรง แต่กลับไม่มีชื่ออยู่ในญัตติ ขณะที่รัฐมนตรีบางรายซึ่งมีข้อกล่าวหาที่ไม่ชัดเจนกลับถูกระบุชื่อ สุดท้ายแล้ว การอภิปรายที่เกิดขึ้นจะไม่ได้ทำให้ปัญหาของประชาชนดีขึ้น และประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการอภิปรายครั้งนี้เลย
ด้านนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้อ่านญัตติของฝ่ายค้าน ความรู้สึกแรกที่โผล่ขึ้นมารู้สึกว่าบันเทิงดี ตรงกับคำนิยามของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าว่าบันเทิงธิปไตย ตนอยากเห็นว่าเขาจะกล่าวหารัฐมนตรีแต่ละคนอย่างไร แต่เท่าที่เห็นเหมือนการกล่าวหาแบบเล่นตลกพูดเพ้อเจ้ออะไร และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการอภิปราย ตนคิดว่าเขาจะเอาวาทกรรมมาใส่ร้ายป้ายสีรัฐมนตรีแต่ละคน มาเผยแพร่แล้วมาขยายความวาทกรรมแต่ละอันก็เป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งของการเมืองที่มีสีสัน เป็นเรื่องของแสงทางด้านการเมือง ตนมองหน้าออกว่าใครจะอภิปรายอย่างไรบ้าง
นายเอกภพ ยังบอกอีกว่า ตนอยากรู้เหมือนกันว่าจะอภิปรายได้ครบหรือไม่ มีเวลาอยู่กี่วันและตนอยากรู้ว่าการอภิปรายถึง 18 คน จะอภิปรายอย่างไร หรือ อภิปรายเพียง 5 คนแล้วที่เหลือไม่อภิปรายประชาชนต้องทวงด้วย ถ้าอภิปรายไม่ครบ 18 คนเท่ากับหลอกลวงคนดูตนจะฟ้องคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพราะเท่ากับหลอกลวงประชาชน และยืนยันรัฐบาลเคารพการตรวจสอบของระบบรัฐสภา โดยรัฐมนตรีทุกคนจะไปร่วมรับฟังข้อกล่าวหาหากมีอะไรไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็พร้อมตอบโต้ เพื่อให้ประชาชนรับทราบและคิดว่าแต่ละคนสามารถชี้แจงได้ในประเด็นการทำงาน ที่ไม่ใช่วาทกรรมและข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย แต่เรื่องของเวลาในการอภิปรายเป็นเรื่องที่วิปจะไปตกลงกัน