จากกรณีการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน ในรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) วงเงิน 1.28 แสนล้านบาท มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคัดเลือก หลังจากเอกชนได้ซื้อซองประมูลแล้ว จนเกิดปัญหาฟ้องร้องตามมา จนท้ายที่สุดทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม.ได้ตัดสินใจล้มการประมูล
ล่าสุด ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การที่ รฟม. ตัดสินใจล้มการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ถือว่าขัดกับเหตุผลที่ยกมาอธิบายว่า ไม่ต้องการให้เสียเวลาการพัฒนาโครงการที่อาจยืดเยื้อ เพราะทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนอยู่แล้ว การใช้เกณฑ์การตัดสินประมูลงานแบบเดิม ศาลปกครองกลางก็ยังให้ความคุ้มครองอยู่ ยิ่งหาก รฟม.ไม่ยื้อที่จะเปลี่ยนเกณฑ์การประมูลไปใช้เกณฑ์ใหม่ให้ได้ ทุกอย่างจะแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม และเกณฑ์เดิมที่ใช้ถือว่าดีอยู่แล้ว ส่วนเหตุผลที่ รฟม.อ้างว่า เปลี่ยนกฎเพราะต้องการผู้เชี่ยวชาญมาทำโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ต้องผ่านพื้นที่สำคัญจำนวนมาก มีการขุดลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ไม่สามารถอ้างได้ เพราะเอกชนที่เข้าร่วมประมูลรายอื่นๆ ก็สามารถทำกันได้อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเกณฑ์คะแนนการตัดสิน
สำหรับการเกณฑ์การประเมินใหม่ของ รฟม.หากมีการนำข้อที่ระบุว่า ต้องการคนเก่งด้านเทคนิค ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เพราะต้องเจาะอุโมงค์ใต้เกาะรัตนโกสินทร์และแม่น้ำเจ้าพระยา หากมีอยู่ในเกณฑ์การตัดสินใหม่ คนที่เคยผ่านการก่อสร้างเหล่านี้มีเพียงไม่กี่บริษัท ดังนั้นอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนบางรายหรือไม่ ดร.สามารถ ย้ำว่า ต้องดูเอกชนรายอื่นที่ไม่เคยผ่านงานรูปแบบนี้มาก่อน เขาก็มีศักยภาพทำได้เช่นกัน เนื่องจากการก่อสร้างอุโมงค์ตรงไหนก็เหมือนกัน และก่อนหน้านี้เอกชนบางรายก็ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนยังมีการทำครั้งแรกได้เช่นกัน
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า รฟม.ควรกลับมาใช้เกณฑ์การคัดเลือกแบบเดิมที่ประกาศไปตั้งแต่ต้น ไม่ควรจะฟังข้อเรียกร้องของเอกชนเพียงรายเดียว ทำไมไม่ฟังความเห็นอีก 9 รายที่เหลือ ที่ผ่านมาการประมูลหลายโครงการทั้ง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สีชมพู ก็ล้วนใช้เกณฑ์รูปแบบเดียวกัน เหตุผลที่อ้างจึงมีความย้อนแย้งในตัวเอง อีกหนึ่งประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกตคือ กระทรวงคมนาคม กลับไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ออกมา และการเปลี่ยนกฎเกณฑ์แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้ง บริษัทที่ปรึกษา ที่ควรจะออกมาทักท้วงตั้งแต่แรกก่อนจะเปิดให้เอกชนซื้อซองประกวดราคา หรือ RFP ต่อจากนี้จึงต้องติดตามเกณฑ์การประมูลใหม่ที่ รฟม.อยากจะใช้ดีกว่าเกณฑ์เดิมจริงหรือไม่
ขณะที่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ BTSC ได้ยื่นฟ้องผู้บริหาร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. กับผู้เกี่ยวข้องในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ดร.สามารถ กล่าวว่า ถือเป็นการกระทำที่ถูกต้อง และทำได้ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่บริษัท รวมถึงหากศาลตัดสินว่าถูกต้องจะกลายเป็นบรรทัดฐานการประมูลงานภาครัฐให้ไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว