เมื่อวานนี้(7 มี.ค.) เวลา 22.30น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยผลการรวมคะแนนเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฎว่า
นายกองตรีอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้ชนะด้วย คะแนน 48,701 คะแนน
ส่วนนายพงษ์สินธุ์ เสนพงศ์ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 44,632 คะแนน
นายสราวุฒิ สุวรรณรัตน์ ผู้สมัครจาก พรรคกล้า ได้ 6,216 คะแนน
ว่าที่ ร.ต. อภิรัฐ รัตนพันธุ์ ผู้สมัครจากพรรคเสรีรวมไทยได้ 2,302 คะแนน
ร.อ.ธรรมนมัส พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้แสดงความยินดีกับนายอาญาสิทธิ์ ภายหลังชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ เพิ่มจำนวน ส.ส. จ.นครศรีธรรมราช ของพรรค เป็นจำนวน 4 คน พร้อมขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชนในพื้นที่ที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับ ผู้สมัครของพรรค การเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ ถือเป็นชนะที่ยิ่งใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ ที่พี่ประชาชนได้มอบคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ตัวแทนของพรรคเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษสุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐได้ฝากขอบคุณประชาชนทุกคนที่มอบความไว้วางใจให้ตัวแทนของพรรค ทำงานพัฒนาประเทศ และแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมทั้งทำหน้าที่พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียม ไม่แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย เพื่อให้ประเทศชาติเกิดความสงบ เกิดความรักความสามัคคีและ ทำให้ประขาชนอยู่ดี กินดี พวกเราครอบครัวพลังประชารัฐจะร่วมกันนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน
ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะผอ.การเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวเสนพงศ์ ขอขอบคุณพี่น้องเพื่อนสื่อมวลชนทุกคน ที่ติดตามเสนอข่าวสารการหาเสียงเป็นอย่างดี เราต่างก็ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์ แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะไม่ประสบความสำเร็จ ก็คิดว่าเป็นการแข่งขันทางการเมือง ต้องขอโทษกับทุกท่านที่ไม่สามารถทำให้พรรค ผมและส.ส.ชัยชนะ เดชเดโช ในฐานะ ผอ.เลือกตั้ง ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถแล้วครับ แต่ก็ไม่สามารถชนะได้ ผมขอยืนยันจะต่อสู้เคียงข้างกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป ผมขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคน
และหลังรับทราบผลนับคะแนนเลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราชอย่างไม่เป็นทางการ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ได้จากประชาชน ซึ่งผลคะแนนที่ออกมายืนยันว่าพรรคกล้าเดินมาถูกทางแล้ว ที่จะทำงานสร้างสรรค์ ซึ่งพรรคกล้ามาโดยไม่มีฐานคะแนนนักการเมือง มาด้วยนโยบาย ไม่ซื้อแม้แต่ 1 เสียง เดินหน้าอย่างสร้างสรรค์ และได้รับการตอบรับจากประชาชนมากถึงขนาดนี้ในการลงสมัครครั้งแรกของพรรค และพรรคเองก็อายุเพิ่งครบ 1 ปี ผู้สมัครก็ไม่เคยลงสมัครที่ไหนมาก่อน แต่เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ประชาชนให้โอกาสมากถึงขนาดนี้ ถือเป็นการยืนยันแนวทางการเมืองของพรรคกล้า และจากนี้ไปอาจจะมีการเลือกตั้งซ่อมในเขตอื่นๆ อีก พรรคกล้าพร้อมที่จะสู้ในทุกเวที
พรรคกล้า เปิดตัว"สราวุฒิ" ลงซ่อมส.ส.นครศรีฯ