การประชุมรัฐสภา เพื่อเตรียมลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 สมาชิก อภิปรายอย่างหลากหลาย แต่คาดการว่าจะไม่มีการลงมติในวาระ 3 แม้ฝ่ายค้านยืนยันจะโหวต เพราะเสียงของ ส.ส.รัฐบาล และ ส.ว. มีมากกว่า บรรยากาศการหารือวันนี้ค่อนข้างเข้มข้น วิวาทะ ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ เป็นการอภิปรายของ ส.ส.ก้าวไกล กับ สมาชิกวุฒิสภา
วิวาทะที่เข้มข้น คือเหตุการณ์ที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พูดขณะหารือในที่ประชุมรัฐสภาถึงอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนายรังสิมันต์ยืนยันว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา และช่วงหนึ่งขณะอภิปรายเชื่อมโยงถึงแกนนำกลุ่มราษฎรที่ถูกฝากขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้ยกป้ายเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับกลุ่มทั้งหมดไปชมจังหวะนี้กันครับ
การชูป้ายเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกดำเนินคดีและถูกฝากขัง ทำให้บรรยากาศการประชุมช่วงนี้ ค่อนข้างดุเดือด เพราะ ส.ว. หลายคนลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ หนึ่งในนั้นคือนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ที่แสดงอารมณ์อย่างเห็นได้ โดยระบุว่า “การอภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวอะไรกับปล่อยเพื่อนกูเหรอ เดี๋ยวเพื่อนจะตามเข้าไปอีก”
ส่วนการหารือเกี่ยวกับญัตติการลงมติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะไม่มีการลงมติให้แก้ไข แต่จะลงมติในญัตติอื่นที่ถูกเสนอแทรกขึ้นมาแทน โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อให้เกิดความชัดเจน ใน 2 ประเด็น คือ 1.ขอบเขตของรัฐสภ าสามารถเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ได้หรือไม่ และรัฐสภามีอำนาจในจะแก้ไขหมวด 15/1 ว่าด้วยการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมา เชื่อว่าทุกคนจะยอมรับ
ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว.อภิปรายว่า คำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดเจนว่าแก้ไขทั้งฉบับไม่ได้ จึงเสนอญัตติให้ลงมติในวาระสามไม่ได้ พร้อมอภิปรายขอให้ที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบกับความเห็นนี้
ขณะที่ท่าทีของพรรคร่วมฝ่ายค้าน แม้จะเสนอญัตติซ้อนขึ้นมาให้โหวตรวาระสามในการประชุมครั้งนี้ แต่ก็คาดว่าจะแพ้โหวต เพราะมีเสียงน้อยกว่า โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า หากรัฐสภาไม่มีอำนาจในการแก้ไขถือว่าประเทศไทยเดินมาถึงทางตันอีกครั้ง จึงขอให้สมาชิกรัฐสภาใส่ชุดดำ เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
สภาถกวุ่นแก้ รธน.วาระ3 อาจไม่ลงมติ