ถือเป็นอีกแรงกระเพื่อมทางการเมือง สำหรับคำพิพากษาคดีนายจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช. ถูก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ฟ้องหมิ่นประมาท กล่าวหาว่าเป็นฆาตกรจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มนปช.เมื่อปี 2553 หลังศาลชี้ขาดให้นายจตุพร ที่กำลังมีบทบาทเป็นแกนนำกลุ่มไทยไม่ทน “ติดคุก” อีกรอบ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ยอมให้ภารกิจไล่นายกฯล้มไป เมื่อตัดสินใจโทรสั่งเสียไว้กับ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด
คนที่ออกมาเปิดเผยรายละเอียดของคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนี้ คือ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ โดยระบุว่าวันนี้ศาลฎีกาอ่านคำสั่งคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นคำร้องเห็นว่าการนับโทษจำคุกของนายจตุพร ใน 2 คดีหมิ่นประมาทตัวเอง “มีปัญหา” เรื่องข้อกฎหมาย โดย 2 คดีนี้ คือ การหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ โดยการกล่าวหานายอภิสิทธิ์ประวิงเวลาในการทำความเห็นเสนอต่อสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่นายทักษิณ ชินวัตร และคดีกล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์เป็นฆาตกร ในการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553
โดยนายวิญญัติ ระบุว่า ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้นับโทษคดีที่2 ต่อจากคดีเเรกเมื่อคดีเเรกถึงที่สุด ตามคำร้องของนายอภิสิทธิ์ ส่งผลให้นายจตุพร ต้องรับโทษจำคุกเพิ่มเติม โดยเวลานี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่า ต้องติดคุกเพิ่มอีกกี่เดือน
สำหรับการจำคุกครั้งนี้ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ทำให้เกิดคำถามว่า การไปในภารกิจไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่นายจตุพรเป็นแกนสำคัญจัดชุมนุมทุกวันเสาร์ที่ทำเนียบรัฐบาล ต้องสะดุดลงหรือไม่ เรื่องนี้นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด ออกมาเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า หลังรู้ว่าต้องติดคุกนายจตุพร โทรมาหาตัวเองและพูดว่า “พี่จำเป็นต้องเข้าคุกอีกรอบ ฝากภารกิจไล่ประยุทธ์ให้น้องดำเนินการต่อ ขอให้ประสบความสำเร็จ"
สำหรับการเคลื่อนไหวของ นายสมบัติ ได้นัดหมายจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ บีบแตร ไล่ พล.อ.ประยุทธ์ วันเสาร์นี้เวลา 13.00น. ด้านแกนนำกลุ่มไทยไม่ทนระบุว่า ประชาชนที่จะมาร่วมกิจกรรมของไทยไม่ทน วันเสาร์นี้จะไปรวมกับกลุ่มนายสมบัติแทน
สำหรับการคิดโทษจำคุกนายจตุพร คดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุก 2 กระทง กระทงละ 6 เดือน รวม 12 เดือน ส่งผลให้นายจตุพร ที่เคยถูกจำคุกคดีนี้แล้ว 14 วัน ก็จะต้องนำมาหักจากโทษจำคุก 12 เดือนนั่นหมายความว่า เหลือโทษอีก อีก 11 เดือน 16 วัน โดนตามขั้นตอนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัว นายจตุพร ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป