การลงมติใช้วิธีขานชื่อที่ละคน ทำให้ใช้เวลานานพอสมควรในการลงมติ สรุปผลออกมาสภาเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญรวม 472 เสียง ไม่เห็นชอบ 33 เสียง งดออกเสียง 187 เสียง
ที่น่าสนใจ คือในจำนวนคนงดออกเสียงมีส.ว.มากถึง 66 เสียง ทั้งที่พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าลงมติเห็นชอบในจำนวนส.ว.ที่งดออกเสียง มีทั้ง นายคำนูณ สิทธิสมาน นายเจตน์ ศิรธรานนท์ พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม นายตวง อันทะไชย นายถวิล เปลี่ยนศรี นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นายสมชาย แสวงการ ซึ่งส.ว.กลุ่มนี้ เดิมมักมีความเห็นสอดคล้องกับพรรคพลังประชารัฐและรัฐบาล
นอกจากนี้ยังพบว่า นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ที่มักมีความเห็นสอดรับกับรัฐบาลมากที่สุด วันนี้ไม่เข้าประชุม ไม่ได้ลงมติใดๆ ก่อนหน้านี้ ทีมข่าวพีพีทีวี สัมภาษณ์พิเศษ นายวันชัย มองว่า การที่ 2 พรรคใหญ่เห็นตรงกันเรื่องบัตรเลือกตั้ง อาจสะท้อนว่า มีความพยายามกินรวบทางการเมือง ทั้งที่ในทุกเรื่อง 2 พรรคนี้มักมีความเห็นขัดแย้งกัน
อีกจุดที่น่าสนใจ คือ วันนี้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ที่เพิ่งถูกปลดจาก ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่มาเข้าประชุม นอกจากนี้ยังพบว่า ส.ส.ในกลุ่มเพื่อน ร.อ. ธรรมนัส ไม่มาประชุมด้วยหลายคน
เช่น ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ และ 2 พ่อลูกตระกูล ช่างเหลา ทั้ง นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส. บัญชีรายชื่อ และ นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น
ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ยังต้องจับตาดูต่อเนื่อง เพราะ หากร.อ.ธรรมนัส ไปตั้งพรรคใหม่ หรือย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทย และ มีเพื่อนส.ส.ร่วมก๊วนไปด้วย เสถียรภาพของรัฐบาลอาจสั่นคลอนได้ เพราะ ทั้งส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ และ พรรคเล็กที่อยู่ในความดูแลของร.อ.ธรรมนัสมาตั้งแต่ต้นการจัดตั้งรัฐบาลก็มีจำนวนหลายสิบคน