“ไพบูลย์”ลาประชุม 2 วันติด หลังชวดปธ.กมธ.


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ยังไม่แน่ชัดว่าบัตรเลือกตั้ง 2 ใบตามกติกาในวันนี้ จะมีการเปลี่ยนสูตรคำนวณหรือไม่ เมื่อมีข้อเสนอว่า การคิดคะแนนต้องรักษาเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการให้ทุกคะแนนเสียงมีค่า จึงจำเป็นต้องคำนวณส.ส.พึงมี โดยล่าสุดการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฯก็เข้มข้นดุเดือด โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ลาประชุม 2 ครั้งติดแล้ว หลังชวดตำแหน่งประธานชุดนี้

ความเคลื่อนไหวการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณากฎหมายลูก ระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ครั้งที่ 3 วันนี้พบว่า มีกรรมาธิการ 4 คน ที่ลาการประชุมประกอบด้วย นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ สมาชิกวุฒิสภา และ พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ สมาชิกวุฒิสภา  และถือว่าเป็นวันที่ 2 ที่ นายไพบูลย์ ไม่ได้มาประชุม หลังจากแพ้คะแนนโหวต ไม่ได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้ 

ถอดรหัสลงมติแก้รธน. สะท้อน เสถียรภาพรัฐบาล

ผ่านฉลุย วาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

“ไพบูลย์”ลาประชุม 2 วันติด หลังชวดปธ.กมธ.

ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงกันอย่างหนัก ในการประชุม ก็คือ "หลักเกณฑ์" และ "วิธีคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ" เนื่องจากร่างฯแก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ที่รับหลักการเข้ามา กำหนดว่า ให้คำนวณจากคะแนนรวมบัตรปาร์ตี้ลิสต์ของทุกพรรค หารด้วย 100 ออกมาเป็นคะแนนเฉลี่ย

จากนั้นให้นำคะแนนบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคได้รับ หารด้วย คะแนนเฉลี่ย ก็จะออกมาเป็น สัดส่วนของ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่พรรคนั้นๆได้รับ

แต่ที่ถกเถียงกันอย่างหนักคือข้อเสนอของ "พรรคการเมืองขนาดเล็ก" ก็คือ นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ หนึ่งในกรรมาธิการชุดนี้  ไม่เห็นด้วยกับวิธีข้างต้น พร้อมเสนอว่า ให้นำคะแนนรวมส.ส.เขต รวมกับ คะแนนรวม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 500 ออกมาเป็น ส.ส.พึงมี ตามแนวทางจัดสรรปันส่วนผสม เพื่อไม่ให้คะแนนตกน้ำตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ    

วิธีการนี้จะทำให้คล้ายกับการเลือกตั้ง "บัตรใบเดียว" ที่ผ่านมา คือ ทำให้ "พรรคการเมืองขนาดใหญ่" ที่ได้ ส.ส. เขต มากกว่า "ส.ส.พึงมี" จะไม่ได้รับจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเป็นประโยชน์กับ "พรรคการเมืองขนาดเล็ก" ที่้ไม่ได้รับเลือก ส.ส. เขต แต่ หากเอาคะแนนบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ระบบ มารวมกัน ก็มีโอกาสที่จะได้รับจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ แต่วิธีการดังกล่าวก็อาจเกิด "โอเวอร์แฮงค์" คือ ทำให้มี ส.ส. เข้าสภาฯ ไปเกิน 500 คนได้

นพ.ระวี อธิบายถึงการเสนอให้ใช้ การคำนวณแบบจัดสรรปันส่วนผสม กับบัตร 2 ใบ นี้ว่า เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ทำให้ทุกคะแนนเสียงตกน้ำ และป้องกันนายทุนเข้ามาคุมพรรคการเมืองใหญ่ กวาด ส.ส. และคุมอำนาจบริหารแบบเบ็ดเสร็จ โดยวิธีการเสนอสูตรนี้จะขอแปรญัตติในขั้นกรรมมาธิการ โดยหากต้องโหวต ก็เชื่อว่า ส.ส.พลังประชารัฐ และ ส.ว. จะเห็นด้วย เพราะตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยน พรรคพลังประชารัฐอาจไม่ได้เป็นพรรคใหญ่เหมือนที่ผ่านมา และยังเป็นการป้องกันไม่ให้พรรคเพื่อไทยสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ได้

เช่นเดียวกับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. ที่มองว่าความเป็นไปได้ของแนวทางนี้ ต้องดูท่าทีของส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ ส.ว. ในกรรมาธิการ พร้อมมองว่าสถานการณ์ทางการเมืองของพลังประชารัฐ เริ่มอ่อนแอลง เกิดความแตกแยกในพรรค จึงค่อนข้างลำบากหากจะสู้กับพรรคเพื่อไทยในระบบคิดคะแนนแบบบัตรเลือกตั้ง2ใบ เหมือนในอดีต

ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย หนึ่งใน กมธ. ยืนยันว่าข้อเสนอพรรคเล็ก เป็นไปไม่ได้ และขัดรัฐธรรมนูญ ที่เปลี่ยนมาใช้บัตร 2 ใบ เชื่อว่าข้อเสนอที่ออกมา ผู้มีอำนาจ และ พรรคพลังประชารัฐ ต้องการกลับไปใช้วิธีการคำนวณแบบเดิม แต่ถึงเวลานี้ “กลับไม่ทันแล้ว ขึ้นรถมาพร้อมกันแล้ว”

นายสมคิด ยังระบุว่า ไม่รู้สึกกังวลว่าประเด็นดังกล่าวจะถูกนำไปร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการดำเนินการของ กมธ.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเชื่อว่ากระบวนการทั้งหมดทำอย่างถูกต้องแล้ว 

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP การเมือง

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ