กม.ฟอกเงิน กับแนวทางสู้คดี “ค่าโง่คลองด่าน” หลังศาลสั่งรัฐจ่าย 9 พันล้านบาท

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีคดีคลองด่าน หลังศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนให้รัฐชดใช้ให้เอกชน 9 พันล้านบาท โดยสังคมตั้้งข้อสงสัยว่ารัฐบาลจะมีแนวทางต่อสู้ในเรื่องนี้อย่างไร

มีกฎหมายสำคัญอยู่ฉบับหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คือ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 เพราะทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ใช้กฎหมายฟ้องแพ่งยึดทรัพย์ ตามมูลฐานความผิดเรื่องทุจริตที่เกิดขึ้นมา

โครงการนี้เริ่มขึ้นในปี 2538 มีทั้งการทุจริตเรื่องจัดซื้อที่ดิน นำป่าไปออกโฉนดโดยมิชอบ ล็อกสเป็กให้เอกชนเจ้าเดียว เพื่อขายที่ดินให้กับกรมควบคุมมลพิษ  มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง การเดินหน้าโครงการโดยไม่มีมติ ครม.รับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การทำผิดระเบียบพัสดุ

รวมทั้งการทำผิดทีโออาร์ กรณีที่บริษัท นอร์ทเวสต์วอเตอร์อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีความกังวลต้องรับผิดในสัญญา ถอนตัวไปแล้วเอาบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง เข้ามาเป็นคู่สัญญาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในคำพิพากษาศาลท่านระบุเอาไว้ว่า "ทุจริตกันแทบทั้งโครงการ"

ผู้กระทำผิดเรื่องนี้ ศาลมีคำพิพากษาลงโทษ นายวัฒนา อัศวเหม ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาที่ดิน ออกโฉนดโดยไม่ชอบ จำคุก 10 ปี จำเลยหลบหนี

นอกจากนี้ ยังมีคดีที่เป็นความผิดมูลฐานเรื่องทุจริต โดยศาลลงโทษนายปกิต กิระวานิช อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ รองอธิบดี และ นางยุวรี อินนา อดีตนักวิชาการสิ่งแวดล้อม 7 คนละ 20 ปี ฐานร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต่อมาในชั้นอุทธรณ์ ศาลยกฟ้องจำเลยทั้งหมด สถานะคดีอยู่ระหว่างรอคำตัดสินฎีกา 

ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสำนักงาน ป.ป.ง. ได้ฟ้องคดีนี้ ตามความผิดมูลฐานเรื่องทุจริต  และในปี 2559  ได้อายัดทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำผิดไว้เป็นการชั่วคราว 2 รายการ เป็นสิทธิเรียกร้องที่กรมควบคุมมลพิษ ต้องชำระให้แก่กิจการร่วมค้า ราว 5,800 ล้านบาท ซึ่งเงินก้อนนี้ เป็นคดีเดียวกับที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งให้รัฐบาลจ่ายตามสัญญาไปเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา  (หากรวมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี เงินค่าโง่ที่อายัดไว้ รวมเป็นยอดกว่า 3 หมื่นล้านบาท)

ในขณะเดียวกัน ป.ป.ง.ยังตามยึดทรัพย์สินที่กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี  ได้โอนเงินเข้าบริษัทประยูรวิศว์ จำกัด ต่อมาบริษัทประยูรวิศว์ ได้โอนเงินบางส่วน ไปให้นายสังวร และ พลตำรวจเอกวุฒิ ลิปตพัลลภ รวม 122 ล้านบาทเศษ เส้นทางการเงินผ่านกราฟฟิกหน้าจอที่ท่านเห็นอยู่นี้ เราคัดมาจากคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ พิพากษาให้เงินก้อนนี้ ตกเป็นของแผ่นดิน

ส่วนหนึ่งของเนื้อหา ที่น่าสนใจสำหรับคดียึดทรัพย์ 2 พี่น้องตระกูลลิปตพัลลภ ศาลชี้ว่า "จำเลยกล่าวอ้างลอยๆ ไม่อาจรับฟังได้ว่าการได้ทรัพย์สินนั้น ได้มาโดยสุจริต และตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี" ไม่สามารถหาพยานหลักฐาน มาหักล้างข้อกล่าวหาได้ จึงให้ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินครับ

ขณะเดียวกัน ยังมีคดีอาญาฟอกเงิน ที่ ป.ป.ง.ดำเนินการฟ้องร้องบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง (วีพีเอสเคจี + เอ็มดีเอ็กซ์) ที่มีเจตนายักย้ายถ่ายเงิน อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยต้องรอผลจากคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีมูลฐานทุจริต ที่จะส่งผลในภาพรวมกับคดีหลักที่ ป.ป.ง.ได้อายัดทรัพย์สิน ที่กรมควบคุมมลพิษ ต้องจ่ายให้กับกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี เอาไว้ด้วยนั่นเอง

สำหรับมหากาพย์คดีค่าโง่คลองด่านนี้ เริ่มขึ้นในปี 2538 ต่อสู้กันยาวนานมากว่า 27 ปี รัฐต้องเสียหายจากการลงทุนไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท และหากต้องจ่ายชดเชยให้เอกชนที่กำลังรุกหนักเพื่อทวงเงินค่าโง่พร้อมดอกเบี้ย รวมกว่า 3 หมื่นล้านบาทนี้ จะถือเป็นอีกหนึ่งคดีทุจริตที่สร้างความเสียหายมต่อประเทศไทยมากที่สุดอีกคดีครับ

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ