วันที่ 8 ก.พ. การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นได้เริ่มขึ้นแล้ว ในหน่วยเลือกตั้งกว่า 44,600 แห่งทั่วประเทศ ไม่รวมบางพื้นที่ที่มีการลงคะแนนล่วงหน้าไปแล้วตั้งแต่ 28 ม.ค. ถึง 7 ก.พ.
การลงคะแนนจะปิดในเวลา 20.00 น. ในวันที่ 8 โดยมีข้อยกเว้นบางประการที่อาจปิดเร็วกว่ากำหนดตามความเหมาะสมและความปลอดภัย การนับคะแนนจะเริ่มขึ้นหลังปิดหีบ และโดยคาดว่าจะทราบผลภายในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 9 ก.พ.
ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อหิมะตกหนัก รัฐบาลท้องถิ่นบางแห่งจะปิดหน่วยเลือกตั้งเร็วกว่ากำหนดเพื่อความปลอดภัยของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ และกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบเวลาลงคะแนนของตนเอง
ทั้งนี้ นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปี ที่ญี่ปุ่นจัดการเลือกตั้งในช่วงฤดูหนาว นั่นทำให้วันนี้ปรากฏภาพชาวญี่ปุ่นลุยหิมะออกไปลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง
สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า จะมีหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ในหลายภูมิภาคของประเทศ รวมถึงกรุงโตเกียว ซึ่งอาจทำให้จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์น้อยกว่าที่คาดการณ์กันไว้
จากข้อมูลของกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร ณ เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น พบว่า มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ 16.05% ซึ่งต่ำกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนและครั้งก่อนหน้า 3.07%
ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ที่ลงคะแนนล่วงหน้าแล้ว ณ วันที่ 6 ก.พ. มีจำนวนกว่า 20.79 ล้านคน หรือประมาณ 20% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด เพิ่มขึ้นกว่า 4.36 ล้านคน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรครั้งก่อน
การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในกรอบการบริหารของรัฐบาลและการก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยมีผู้สมัคร 1,284 คน แข่งขันกันเพื่อชิงที่นั่งทั้งหมด 465 ที่นั่ง ซึ่งประกอบด้วยที่นั่งแบบเขตเลือกตั้ง 289 ที่นั่ง และที่นั่งแบบสัดส่วน 176 ที่นั่ง
ทั้งนี้ ผลสำรวจชี้ว่า ทาคาอิจิ ซานาเอะ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และนายกฯ หญิงคนแรกของญี่ปุ่น จะสามารถคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย กวาดที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า 300 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้
นายกฯ ทาคาอิจิ ตัดสินใจยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด ทั้งที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียงไม่กี่เดือน หวังเดิมพันขอฉันทามติจากประชาชน ในช่วงที่คะแนนนิยมยังอยู่ในระดับสูง เพื่อให้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำของเธอ ได้กุมเสียงข้างมากในสภาล่าง โดยเธอประกาศจะลงจากตำแหน่ง หากแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไม่สามารถคว้าเสียงข้างมากในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ได้
เรียบเรียงจาก NHK