รอยเตอร์ สำนักข่าวระดับโลก รายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้ส่งผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังฐานสแกมเมอร์แห่งหนึ่งในโอร์เสม็ด ประเทศกัมพูชา พบห้องที่ออกแบบให้ดูเหมือนสำนักงานตำรวจสิงคโปร์และออสเตรเลีย เอกสารต่าง ๆ กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะและพื้น
ในบรรดาเอกสารเหล่านั้น มีประวัติของชายชาวญี่ปุ่นวัย 73 ปีที่เกษียณอายุแล้ว พร้อมด้วยหมายเลขโทรศัพท์และยอดเงินในบัญชีธนาคาร และหญิงชาวอเมริกันที่เปิดเผยว่าเธอตกเป็นเหยื่อของการถูกทำร้ายในครอบครัว
ใกล้ ๆ กันนั้นยังมีบทพูดสำหรับการหลอกลวงแบบโรแมนซ์สแกมและการปลอมตัวเป็นตำรวจ รวมถึงห้องที่จัดไว้ให้คล้ายกับสำนักงานธนาคารของเวียดนาม
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่รอยเตอร์เรียกว่า “เศษซากของโรงงานสแกมที่ถูกทิ้งร้างอย่างเร่งรีบ” และเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับการฉ้อโกงในระดับอุตสาหกรรมที่กอบโกยเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากเหยื่อทั่วโลก
รอยเตอร์บอกว่า การบุกค้นของตำรวจและการโจมตีทางอากาศของกองทัพไทยได้บังคับให้แก๊งอาชญากรต้องหลบหนีออกจากฐานสแกมเมอร์หลายแห่งในกัมพูชาในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
รอยเตอร์เข้าเยี่ยมชมสถานที่ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “รอยัลฮิลล์” โดยได้รับการอำนวยความสะดวกจากกองทัพไทย ซึ่งได้ทิ้งระเบิดสถานที่ดังกล่าวในช่วงความขัดแย้งชายแดนระยะสั้นในเดือน ธ.ค. และได้เข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
รอยเตอร์เป็นสำนักข่าวแรกที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารบางส่วน ซึ่งบันทึกวิธีการที่ซับซ้อนในการหลอกลวงเหยื่อ
สำนักข่าวได้ตรวจสอบเอกสารฉบับหนึ่งโดยติดต่อกับชาวญี่ปุ่นที่เกษียณอายุแล้ว ซึ่งกล่าวว่า เขาได้รับโทรศัพท์เมื่อปลายปีที่แล้วจากบุคคลที่อ้างว่าเป็นพนักงานบริษัทไฟฟ้า และเตือนว่าไฟฟ้าของเขาจะถูกตัดหากเขาไม่ให้รายละเอียดบัญชีธนาคาร
ชายชราไม่ได้ส่งเงินใด ๆ แต่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างการโทร รวมถึงรายละเอียดที่พบในบันทึกที่รอยเตอร์ได้เห็น “ถ้าไฟฟ้าถูกตัด นั่นจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะผมอาศัยอยู่บนภูเขา ผมปล่อยให้รายละเอียดบางอย่างหลุดปากไปโดยไม่คิด และตอนหลังก็คิดว่านั่นเป็นความคิดที่ไม่ดี”
รอยเตอร์ไม่สามารถระบุได้ว่าหน่วยงานใดมีอำนาจควบคุมสูงสุดของพื้นที่รอยัลฮิลล์ในกัมพูชา เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงบันทึกโฉนดที่ดินได้
แต่เอกสารภาษาจีนที่พบในสถานที่ดังกล่าวระบุว่า ผู้บริหารที่ไม่ระบุชื่อของอาคารได้ให้เช่าพื้นที่แก่กลุ่มมิจฉาชีพหลายกลุ่ม พบเพียงว่า บุคคลแซ่ “จาง” ถูกระบุในเอกสารว่าเป็นผู้เช่า
ความจริงที่รอยเตอร์พบสวนทางกับคำกล่าวอ้างของรัฐบาลกัมพูชาที่กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นโรงแรมที่ไทยเข้ายึดครองโดยใช้กำลัง
โฆษกกระทรวงมหาดไทย ทัช โสคัก กล่าวเกี่ยวกับรอยัลฮิลล์ว่า รัฐบาลกัมพูชา “มีความตั้งใจ” ที่จะปราบปรามฐานสแกมเมอร์ และย้ำคำมั่นที่จะกำจัดอาชญากรรมไซเบอร์ภายในเดือน เม.ย.
สถานที่ที่สำนักข่าวรอยเตอร์ไปเยี่ยมชมตั้งอยู่ในเมืองชายแดนโอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ซึ่งรายงานการค้ามนุษย์ประจำปีของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในปี 2024 ระบุว่า เป็นศูนย์กลางของการละเมิดสิทธิมนุษย์ชน
เอกสารที่พบในส่วนหนึ่งของสถานที่ดังกล่าว ซึ่งกองทัพไทยระบุว่า ดูเหมือนจะถูกใช้โดยผู้จัดการของสถานที่นั้น แสดงให้เห็นถึงวิธีการที่แก๊งอาชญากรใช้เพื่อปกป้องการดำเนินงานของตน
เอกสารฉบับหนึ่งแสดงให้เห็นว่า “เจ้านาย” เรียกร้องให้มีการฝึกซ้อมปราบปรามจลาจลและรับมือเหตุฉุกเฉินในรูปแบบเดียวกับที่ใช้ในกองทัพ ขณะที่เอกสารอีกฉบับหนึ่งมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยห้ามไม่ให้คนเดินเตร่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง
ประกาศจากฝ่ายบริหารทรัพย์สินยังห้ามการใช้บริการส่งอาหารที่อาจนำบุคคลภายนอกเข้ามาในพื้นที่ เอกสารอื่น ๆ ห้ามกิจกรรมที่ผิดกฎหมายที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด รวมถึงห้ามแรงงานเดินไปมาโดยไม่สวมเสื้อ และเรียกร้องให้มีพฤติกรรมที่สุภาพ
รอยเตอร์ยังพบงบการเงินที่ระบุว่า ผู้จัดการที่ไม่ระบุชื่อของฐานสแกมเมอร์ดังกล่าวเรียกเก็บค่าเช่าจากผู้เช่าหลายพันดอลลาร์ต่อเดือน งบการเงินแสดงให้เห็นว่าแก๊งอาชญากรบางแก๊งค้างชำระค่าเช่าด้วย
สำนักข่าวยังค้นพบรายละเอียดเกี่ยวกับกระเป๋าเงินดิจิทัลในเอกสารฉบับหนึ่ง ซึ่งมีการติดต่อกับ “บริการที่มีความเสี่ยงสูงหลายแห่ง” รวมถึงเว็บไซต์การพนันและสถานที่แลกเปลี่ยนเงินสด
อย่างน้อยที่สุด ธุรกิจบางแห่งในรอยัลฮิลล์ประสบปัญหาในการดำเนินการฉ้อโกงเป็นครั้งคราว ตามข้อมูลในสมุดบันทึกลงวันที่เดือน ต.ค. 2025 โดยในวันนั้น พนักงานที่โทรศัพท์ไปหาเหยื่อต้องเผชิญกับ “การด่าทอและคำตอบปลอม ๆ” จากเป้าหมายของพวกเขา
อดีตพนักงานคนหนึ่งของแก๊งสแกมเมอร์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับรอยัลฮิลล์บอกกับรอยเตอร์ว่า สภาพที่รอยเตอร์สังเกตเห็นนั้นสะท้อนถึงสิ่งที่เขาประสบ
พนักงานคนดังกล่าวเป็นพลเมืองมาดากัสการ์ที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ และพูดโดยขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากเกรงว่าจะถูกแก้แค้น
เขากล่าวว่า ผู้คุมในฐานอนุญาตให้เขาออกจากฐานได้ ไม่กี่วันหลังจากที่ประเทศไทยเริ่มทิ้งระเบิดในพื้นที่ การปฏิบัติการทางทหารทำให้ผู้จัดการของฐานคืนหนังสือเดินทางซึ่งพวกเขาได้ยึดไว้ด้วย
เรียบเรียงจาก Reuters