โรงแรมแกรนด์เอมเพอเรอร์ (Grand Emperor Hotel) ในเขตปกครองพิเศษมาเก๊า ได้รื้อและขายแท่งทองคำที่เรียงรายอยู่บนพื้นล็อบบี้ ได้เงิน 12.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 405 ล้านบาท) ท่ามกลางมูลค่าของทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวน
โรงแรมแห่งนี้ซึ่งเปิดให้บริการในปี 2006 เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการตกแต่งที่หรูหรา รวมถึง “ทางเดินสีทอง” ที่ประดับด้วยแท่งทองคำหลายสิบแท่งบริเวณทางเข้า
โดยเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา บริษัทแม่ของโรงแรม ได้ประกาศในเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า แม้ว่าแท่งทองคำจะสร้างบรรยากาศที่หรูหราและตระการตาให้กับโรงแรม แต่เมื่อพิจารณาจากสภาวะตลาดในปัจจุบัน บริษัทเล็งเห็นโอกาสที่ดีในการรื้อและขายแท่งทองคำเหล่านั้น
บริษัทกล่าวว่า ได้ขายทองคำแท่งจำนวนหนึ่ง น้ำหนักรวม 79 กิโลกรัม ให้กับผู้ซื้อในฮ่องกง และเสริมว่า การขายครั้งนี้จะเสริมสร้างฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทและทำให้สามารถลงทุนได้หากมีโอกาสการลงทุนที่เหมาะสมเกิดขึ้น
ภายใต้แรงกดดันจากจีนแผ่นดินใหญ่ให้กระจายเศรษฐกิจ กาสิโนหลายแห่งในมาเก๊าได้เปลี่ยนทิศทางจากการดำเนินงานด้านการพนันท่ามกลางกฎระเบียบท้องถิ่นที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงโรงแรมแกรนด์เอมเพอเรอร์ ซึ่งปิดกาสิโนไปเมื่อเดือน ต.ค. 2025
กลุ่มบริษัทกล่าวว่า ด้วยการยุติกิจการการพนัน พวกเขากำลังวางแผนอย่างจริงจังสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านความบันเทิงและสันทนาการอื่น ๆ โดยล็อบบี้ที่ประดับด้วยทองคำของโรงแรมจะได้รับการปรับปรุงใหม่
แถลงการณ์ระบุว่า “เนื่องจากพื้นที่ที่เกี่ยวข้องมีแผนจะปรับปรุงและพัฒนาใหม่ โลหะมีค่าที่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบตกแต่งภายในและอุปกรณ์ของโรงแรมจึงไม่เหมาะสมกับธีมของโรงแรมในอนาคตอีกต่อไป”
เรียบเรียงจาก The Guardian