ชาย สินาริธ ประธานคณะกรรมการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ของกัมพูชา เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า กัมพูชาได้ปิดฐานสแกมเมอร์ไปเกือบ 200 แห่งแล้วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในปฏิการปราบปรามการฉ้อโกงข้ามชาติ โดยทางการได้เปิดให้นักข่าวเข้าชมฐานแห่งหนึ่งในเมืองกำปอด จังหวัดกำปอด ใกล้ชายแดนเวียดนาม เพื่อแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังจัดการกับแก๊งมิจฉาชีพที่สร้างความเสียหายไปทั่วโลกอย่างจริงจัง
“ขณะนี้เราได้ปิดสถานที่ประมาณ 190 แห่งแล้ว” ชาย สินาริธ กล่าว
เขาเสริมว่า มีผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมระดับสูง 173 คนที่เชื่อมโยงกับฐานเหล่านี้ถูกจับกุมแล้ว และคนงาน 11,000 คนถูกส่งตัวกลับประเทศ
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คนงานสแกมเมอร์หลายพันคน ซึ่งบางส่วนเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ที่ถูกกักขังในสภาพที่โหดร้าย ได้หลบหนีออกจากสถานที่กักขังเพื่อกลับบ้าน
ที่ฐานสแกมเมอร์ในกำปอด ผู้สื่อข่าวได้เห็นห้องทำงานขนาดใหญ่ที่มีสถานีคอมพิวเตอร์เรียงรายและโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารแนะนำวิธีการหลอกลวงเหยื่อชาวไทย รวมถึงห้องสตูดิโอสำหรับโทรศัพท์และสถานีตำรวจอินเดียปลอม
เจ้าหน้าที่กล่าวว่าไม่มีการจับกุมใด ๆ เกิดขึ้นภายในฐานสแกมเมอร์กำปอตที่รู้จักกันในชื่อ “มายคาสิโน” โดยคนงานหลบหนีไปหลังจากที่ ลี กวง ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหัวหน้าและเจ้าพ่อถูกจับกุม และตำรวจกล่าวว่าพวกเขาขาดกำลังคนที่จะจับกุมผู้ที่หลบหนี
ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดกำปอตกล่าว “เรามีตำรวจเพียงประมาณ 1,000 นายในจังหวัดทั้งหมด และมีตำรวจทหารประมาณ 300 นาย แม้จะรวมกำลังทั้งสองหน่วยแล้ว เราก็ยังหยุดพวกเขาไม่ได้ เพราะตอนที่พวกเขาออกจากที่นี่มีประมาณ 6,000 ถึง 7,000 คน”
การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังจากที่เจ้าหน้าที่ไทยนำสื่อและคณะผู้แทนต่างประเทศไปเยี่ยมชมฐานสแกมเมอร์อีกแห่งหนึ่งในดินแดนกัมพูชาบริเวณโอร์เสม็ด โดยรอยเตอร์พบร่องรอยที่คล้ายกัน รวมถึงสถานีตำรวจปลอมจากหลายประเทศ ตลอดจนเอกสารจำนวนมาก
เรียบเรียงจาก Reuters