ประเทศญี่ปุ่นจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 ก.พ. 2026 พร้อมกับประเทศไทย โดยมีการเปิดให้เลือกตั้งล่วงหน้าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกันแล้ว ก็เห็นความแตกต่างบางอย่าง
การเลือกตั้ง 2569 ของไทย ใช้งบประมาณ 7,824 ล้านบาท สูงขึ้นเนื่องจากมีการโหวตลงประชามติด้วย โดยจัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าเพียง 1 วัน คือในวันที่ 1 ก.พ. 69 และการลงประชามติทำได้เพียงโหวตนอกเขตในวันที่ 8 ก.พ. ส่วนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไทยปีนี้อยู่ที่ 139,810 คน ใน 135 ประเทศ
การเลือกตั้งของญี่ปุ่นครั้งนี้ ใช้งบประมาณ 85,500 ล้านบาท (ราว 17,400 ล้านบาท) สูงขึ้นราว 4,000 ล้านเยน (ราว 813 ล้านบาท) เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ต้นทุนวัสดุที่เพิ่มสูงขึ้น มีผู้เลือกตั้งนอกประเทศราว 103,000 คน จาก 233 หน่วยเลือกตั้งทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นเปิดให้ประชาชนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ยาวนานถึง 11 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ไปจนถึงวันสุดท้ายก่อนวันจริง
ในที่นี้คือ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ทาคาอิจิ ซานาเอะ ประกาศวันที่ 27 ม.ค. ว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. ดังนั้น การเลือกตั้งล่วงหน้าสามารถทำได้ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. – 7 ก.พ. นั่นเอง
ผู้ใช้สิทธิสามารถเดินทางไปเลือกตั้งได้ทุกวันตามจุดที่กำหนด ตั้งแต่เวลา 08.30 – 20.00 น. ยกเว้นบางหน่วยเลือกตั้งที่อาจมีการปรับเปลี่ยนเวลาตามความเหมาะสมและความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน เนื่องจากการเลือกตั้งญี่ปุ่นถูกจัดขึ้นอย่างฉุกละหุก ทำให้บัตรเลือกตั้งไปไม่ทันคูหาในช่วงอย่างน้อย 5 วันแรก ทางการญี่ปุ่นจึงเปิดให้ประชาชนสามารถลงคะแนนเสียงได้แม้ไม่มีบัตรเลือกตั้ง แต่ต้องมีบัตรประชาชน แจ้งชื่อ ที่อยู่ และสามารถยืนยันตัวตนได้
รัฐบาลญี่ปุ่นได้เริ่มอนุญาตให้มีการลงคะแนนล่วงหน้าตั้งแต่ปี 2546 และจำนวนผู้ลงคะแนนล่วงหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ในการเลือกตั้งปี 2547 มีผู้ลงคะแนนล่วงหน้าประมาณ 10% ของผู้ลงคะแนนเสียงทั้งหมด และในการเลือกตั้งปี 2562 มีผู้ลงคะแนนล่วงหน้าประมาณ 1 ใน 3
เพื่อให้การลงคะแนนง่ายขึ้น เมืองและเทศบาลต่าง ๆ ของญี่ปุ่นจะจัดให้มีการลงคะแนนล่วงหน้าในสถานที่ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ที่ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน หรือในบางพื้นที่ มีรถตู้ลงคะแนนล่วงหน้าวิ่งไปทั่วเมืองสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้งด้วย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยญี่ปุ่นระบุว่า ณ วันที่ 1 ก.พ. มีผู้ลงคะแนนล่วงหน้าแล้วกว่า 4.56 ล้านคน ลดลงประมาณ 120,000 คน จากช่วงเวลาเดียวกันในการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2024
กระทรวงฯ ระบุว่า จำนวนผู้ลงคะแนนล่วงหน้าคิดเป็น 4.41% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ ลดลง 2.54% จากช่วงเวลาเดียวกันในการเลือกตั้งปี 2024
กระทรวงฯ กล่าวว่า 29 จาก 47 จังหวัดของประเทศ มีจำนวนผู้ลงคะแนนล่วงหน้าลดลง โดยหิมะตกหนักในบางพื้นที่และการจัดส่งบัตรเข้าหน่วยเลือกตั้งล่าช้า อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนผู้ลงคะแนนล่วงหน้าลดลง
เรียบเรียงจาก กระทรวงมหาดไทยญี่ปุ่น / NHK / NHK / NHK / Yomiuri