วันที่ 19 ม.ค. ทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จัดงานแถลงข่าว ประกาศอย่างเป็นทางการว่า จะยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันเปิดสมัยประชุมรัฐสภาสามัญ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 23 ม.ค. ที่จะถึงนี้
ทาคาอิจิกล่าวว่า “วันนี้ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ดิฉันตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 23 ม.ค. ดิฉันเชื่อว่า หนทางเดียวที่จะตัดสินใจได้ว่า ทำไมต้องทำตอนนี้ และว่า ทาคาอิจิ ซานาเอะ ควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น คือให้ประชาชน ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุด เป็นผู้ตัดสินใจ”
นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิบอกว่า การลงคะแนนเสียงจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. เธอระบุว่า เป้าหมายของการเลือกตั้งคือให้พรรคที่ครองอำนาจได้รับเสียงข้างมาก และนั่นจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของเธอในฐานะนายกรัฐมนตรี
ทาคาอิจิกล่าวเพิ่มเติมว่า “ในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุด ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าดิฉันจะได้เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารประเทศญี่ปุ่น การยุบสภาเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมาก เป็นการตัดสินใจที่ต้องทำเพื่อกำหนดอนาคตของญี่ปุ่นร่วมกับประชาชน ดังนั้นดิฉันจะไม่หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนออกไป”
เธอกล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่ เช่น นโยบายที่ระบุไว้ในการเลือกตั้งประธานพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และข้อตกลงรัฐบาลผสมกับพรรคฟื้นฟูญี่ปุ่น (JRP) จะเริ่มต้นอย่างจริงจังในรูปแบบของข้อเสนองบประมาณปีงบประมาณ 2026 และร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอเพื่อพิจารณาในรัฐสภาปีนี้ นโยบายเหล่านี้หลายอย่างไม่ได้รวมอยู่ในคำมั่นสัญญาในการหาเสียงของพรรคเสรีประชาธิปไตยในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่แล้ว”
นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิกล่าวเพิ่มเติมว่า “ตัวดิฉันเองกำลังเอาอนาคตของตัวเองในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นเดิมพัน ดิฉันอยากให้ประชาชนตัดสินใจโดยตรงว่า พวกเขาสามารถไว้วางใจให้ ทาคาอิจิ ซานาเอะ บริหารประเทศได้หรือไม่”
เธอบอกว่า การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ หากพรรคเสรีประชาธิปไตยและพรรคฟื้นฟูญี่ปุ่นได้รับที่นั่งส่วนใหญ่ ทาคาอิจิจะเป็นนายกรัฐมนตรี หากไม่เช่นนั้น ก็จะเป็นคนอื่น ๆ แม้จะเป็นการเลือกตั้งทางอ้อม แต่ประชาชนจะเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิกล่าวว่า “ดิฉันได้ขอให้ทุกกระทรวงและรัฐบาลท้องถิ่นดำเนินการตามงบประมาณเพิ่มเติมประจำปีนี้โดยเร็วที่สุด ขณะนี้กำลังดำเนินการตามมาตรการที่จำเป็นทีละขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงของชีวิตประชาชน รวมถึงมาตรการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าที่สูงขึ้น ดิฉันขอชี้แจงให้ชัดเจนว่า การยุบสภาจะดำเนินการก็ต่อเมื่อเราได้วางระบบที่สมบูรณ์เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีช่องว่างในการบริหารจัดการเศรษฐกิจแล้ว”
เธอกล่าวว่า “ดิฉันได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ปีที่แล้ว ในความพยายามครั้งที่ 3 ของดิฉัน หลังจากนั้นไม่นาน เราก็แยกทางกับพรรคโคเมโตะ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของเรามานานถึง 26 ปี”
เธอบอกว่า แม้ว่าจะได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค LDP แต่ก็พบว่าตัวเองต้องเผชิญกับการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา ในขณะที่พรรค LDP ไม่มีเสียงข้างมากในทั้งสภาผู้แทนราษฎรและสภาสูง เส้นทางสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นยากลำบาก
ทาคาอิจิบอกว่า แม้จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ปีที่แล้ว แต่นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เธอก็กังวลอยู่เสมอว่า คณะรัฐมนตรีของทาคาอิจิยังไม่เคยผ่านการเลือกตั้งเพื่อเลือกตั้งรัฐบาลมาก่อน
นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิกล่าวว่า “3 เดือนที่ผ่านมาทำให้ดิฉันตระหนักถึงความไม่มั่นคงทางการเมืองของญี่ปุ่นและความจริงอันโหดร้ายว่า ‘หากปราศจากความไว้วางใจ เราก็ไม่อาจยืนหยัดได้’ และดิฉันเชื่อว่า เป็นความรับผิดชอบของผู้นำประเทศประชาธิปไตยที่จะนำเสนอการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญต่อประชาชนโดยตรงและขอให้พวกเขาตัดสินว่าถูกต้องหรือผิด”
เรียบเรียงจาก NHK