นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล เช้านี้ลงพื้นที่พร้อมผู้สมัคร ส.ก.เขตบางขุนเทียน ที่ตลาดเช้าคลองพิทยาลงกรณ์ ขอคะแนนเสียงชาวบางขุนเทียน และรับฟังปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง โดยระบุถึงโครงการจัดสร้างหินป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะทาง 4.7 กิโลเมตร งบประมาณกว่า 1,400 ล้านบาท ระยะเวลาในการจัดสร้าง 30 เดือน ว่า หากมีโอกาสได้ทำงาน จะเร่งรัด ผลักดันไม่ให้โครงการล่าช้า หรือที่ชาวบ้านกังวลว่า จะเป็นโครงการ 7 ชั่วโคตร
รวมถึงยังจะเข้าไปควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามสเปก และมาตรฐานของการชะลอคลื่น ควบคู่ไปกับการปลูกป่าชายเลน และปักแนวไม้ไผ่ ก็จะช่วยให้ปัญหาน้ำการกัดเซาะตามชายฝั่งทุเลาลงได้
นอกจากนี้แล้วชาวบ้านในพื้นที่ ยังสะท้อนปัญหาถึงความไม่ตรงไปตรงมา ของการใช้งบประมาณที่มีการทุจริตเงินทอน จนโครงการพัฒนาต่างๆ ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐาน หรือ โครงการที่ไม่ได้ตอบโจทย์กับชาวบ้านในพื้นที่ ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้
ส่วนจำนวนผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานครที่มีถึง 31 คน จะส่งผลทำให้คะแนนถูกแบ่งถูกตัดหลายส่วน นายวิโรจน์บอกว่า พรรคก้าวไกล และตัวเองต้องแสดงจุดยืน นโยบายที่ชัดเจน โดยเฉพาะการบริหารจัดการเมือง และการจัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม ตัดงบประมาณในบางส่วนที่ไม่เคยถูกตัด มากระจายสู่โครงการที่มีประโยชน์กับประชาชน รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบให้เป็นธรรม ก็จะนำเมืองไปสู่ความเป็นธรรม
ส่วนจะโน้มน้าวขอคะแนนเสียง จากกลุ่มคนที่เห็นต่างกับพรรคก้าวไกลได้อย่างไร นายวิโรจน์ตอบว่า ต้องแสดงความจริงใจ และมีจุดยืนเรื่องการพัฒนาเมืองอย่างตรงไปตรงมา และอยากให้กรุงเทพดีขึ้น ซึ่งก็เชื่อว่า ประชาชนจะพิจารณา แม้จะเห็นต่างก็ตาม
ทั้งนี้ที่มีการสำรวจคะแนนนิยม แล้วคะแนนของตัวเองยังเป็นรอง นายวิโรจน์ ย้ำว่า เวลาที่เหลืออยู่ ก็จะต้องทำงานให้เต็มที่ เสนอความตั้งใจผ่าน 12 นโยบาย ที่พยายามจะสร้างเมืองที่เป็นธรรม เมืองที่คนเท่ากัน ให้ประชาชนได้รู้ถึงความตั้งใจ
ขณะเดียวกันศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพที่เข้มข้น ดันยอดผลิตป้ายหาเสียงพุ่ง 4-5 เท่าตัว ผู้สมัครบางรายสั่งทำนับแสบป้าย กองไม้หลายหมื่นชิ้นที่คุณผู้ชมเห็นอยู่นี้ คือไม้ที่รอการนำไปขึ้นโครงเพื่อทำป้ายหาเสียงให้กับผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม.
นายธนากร ปุสสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮัลโหล อิงค์เจ็ท จำกัด บอกว่า ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาทางร้านได้ส่งมอบป้ายหาเสียงไปแล้ว 20,000 กว่าแผ่น และในตอนนี้ยังมีการสั่งทำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนยอดสั่งทำป้ายเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติ 4-5 เท่าตัว เพราะการแข่งขันเลือกตั้งในปีนี้ดุเดือดมากๆ มีผู้ลงแข่งขัน ถึง 31 คน กับ สก.อีก 382 คน ยิ่งทำให้ออเดอร์เยอะขึ้นไปอีก
นอกจากจำนวนป้ายที่มีการแข่งขันกันสูง บางรายสั่งเกือบ 70,000 แผ่นในครั้งเดียว จำนวนก็เยอะกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนมาก รวมถึงการใช้กลยุทธ์ความเร็วปริ้นท์ป้ายเปล่าเปล่า แล้วนำสติกเกอร์หมายเลขไปติดทีหลัง เพื่อชิงพื้นที่ติดตั้งตามเสาไฟฟ้า กระทั่งรูปแบบของป้ายที่หลากหลายมากขึ้น บางคนเน้นนโยบาย บางคนเน้นภาพลักษณ์ บางคนเน้นภาพของพรรคการเมือง
เมื่อผู้สมัครบางรายเจอดราม่าป้ายกีดขวางทางเท้า ตอนนี้มีการสั่งปรับป้ายหาเสียงให้เล็กลง จากขนาดมาตรฐาน 1.20 x 2.40 เมตร ปรับมาเป็น 80 x 1.20 เมตร สะท้อนถึงการแข่งขันในรอบนี้ที่มีการปรับกลยุทธ์กันอย่างรวดเร็วมากๆ เพราะการ เลือกตั้งผู้ว่ากทม.ครั้งนี้ถือเป็นการปูทางไปสู่เลือกตั้งใหญ่ ที่คาดว่าจะมีการสั่งทำป้ายเพิ่มมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว และจะเห็นกลยุทธ์ป้ายใหม่ๆ ออกมาต่อเนื่อง
ประวัติ “สุมนา พันธุ์ไพโรจน์” คนกรุงแท้ๆ ขอเป็นต้นแบบไม่แสวงหาผลประโยชน์
ประวัติ “ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์” ผู้บริหาร-พิธีกร ขออาสาพัฒนาชีวิตคนกรุง