ขนส่งสาธารณะเมืองกรุงฯ เสียเงิน-เวลา-โอกาส

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากเสียงสะท้อนปัญหาเรื่องขนส่งมวลชนของคนกรุงเทพ ทั้งรถติด รอรถนาน และราคาที่ค่อนข้างแพง ทำให้หลายภาคส่วนพยายามที่จะหาทางแก้ไขมาโดยตลอด รวมถึงในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้ก็เช่นกัน ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หลายคนชูนโยบายที่น่าสนใจ หวังช่วยแก้ปัญหาการใช้ชีวิตคนเมืองให้ดีขึ้น

“ฝัน-ธัญญธร สังข์ป่า”กราฟิกดีไซน์เนอร์ วัย 27 ปี สะท้อนถึงปัญหาการใช้ระบบขนส่งมวลชนในเมืองได้อย่างชัดเจนเพราะทุกวันเธอต้องออกจากบ้านแต่เช้าจากย่านบางใหญ่ เพื่อไปทำงานในย่านถนนวิทยุ กรุงเทพมหานคร ให้ทันก่อนเวลา 10 โมงเช้า

เธอต้องนั่งรถทั้งหมด 4 ต่อ ตั้งแต่ รถตู้ รถเมล์ รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ MRT และมอเตอร์ไซค์รับจ้างเสียค่าเดินทางไป-กลับต่อวันประมาณ 200 บาท สาเหตุที่ต้องเดินทางหลายต่อ เพราะปัญหาเส้นทางการวิ่งของรถที่ไม่เชื่อมต่อ จำนวนรถและรอบวิ่งไม่เพียงพอ รวมถึงการจราจรที่หนาแน่น

โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มีข้อจำกัดทั้งเรื่องของเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้แต่ละวัน เธอต้องเสียเวลาบนท้องถนนประมาณ 3-4 ชั่วโมง นั่นหมายถึง การเสียโอกาสต่างๆในการทำกิจกรรมอย่างอื่นในชีวิต

เธอต้องนั่งรถทั้งหมด 4 ต่อ ตั้งแต่ “รถตู้ รถเมล์ รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ MRT และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง” เสียค่าเดินทางไป-กลับต่อวันประมาณ 200 บาท สาเหตุที่ต้องเดินทางหลายต่อ เพราะปัญหาเส้นทางการวิ่งของรถที่ไม่เชื่อมต่อ จำนวนรถและรอบวิ่งไม่เพียงพอ รวมถึงการจราจรที่หนาแน่น

โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มีข้อจำกัดทั้งเรื่องของเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้แต่ละวัน เธอต้องเสียเวลาบนท้องถนนประมาณ 3-4 ชั่วโมง นั่นหมายถึง การเสียโอกาสต่างๆในการทำกิจกรรมอย่างอื่นในชีวิต

เปรียบเทียบภาระค่าเดินทาง กรณีเงินเดือนขั้นต่ำที่ 15,000 บาท หากค่าเดินทางอยู่ที่ 200 บาท ใน 1เดือนหากทำงาน 20 วัน ค่าเดินทางก็จะรวมอยู่ที่ 4,000 บาท คิดเป็นเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน

 โดย ธัญญธร สะท้อนว่า สิ่งแรกที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ควรจะทำมากที่สุด ก่อนจะออกนโยบายแก้ปัญหาระบบขนส่งสาธารณะ คือ การลองใช้ชีวิตแบบมนุษย์เงินเดือน ลองมาเดินทางจริงๆ จะได้เห็นปัญหาและแก้ไขได้ตรงจุด

ขณะที่ นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอว่า ระบบขนส่งมวลชนควรเป็นบริการขั้นพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมองว่า กรุงเทพมหานคร ควรเร่งแก้ปัญหา 2 ประเด็นหลัก คือ ปรับราคาค่าโดยสารให้ถูกลงเหลือไม่เกิน 10 % ของค่าแรงขั้นต่ำ หรือ คิดเป็นไม่เกิน 30 บาทต่อวัน และเพิ่มคุณภาพการบริการให้ดีขึ้น เพื่อให้คนเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย

สำหรับนโยบายแก้ปัญหาขนส่งมวลชน ผู้สมัครผู้ว่าฯกทมฯตัวเต็งหลายคนก็ต่างชูนโยบายลดค่าโดยสารไว้อย่างน่าสนใจ เช่น  วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เบอร์ 1 เสนอลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเหลือ 15-45 บาทต่อเที่ยว  สร้างระบบ“ตั๋วร่วม” และ ขยายเส้นทางวิ่งรถเมล์   สกลธี ภัททิยกุล เบอร์ 3  ขอสานต่อนโยบาย “ล้อ-ราง-เรือ” เน้นระบบ EV   ขณะที่ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เบอร์ 4  ชูนโยบาย ค่าตั๋วรถไฟฟ้าไม่เกิน 20-25 บาทตลอดสาย

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เบอร์ 6 เตรียมผลักดันรถโดยสารไฟฟ้า EV Shuttle bus และเพิ่มระบบฟีดเดอร์เชื่อมต่อระหว่างรถโดยสาร  ขณะที่ทาง รสนา โตสิตระกูล เบอร์ 7 ชูนโยบาย ค่าโดยสารรถไฟฟ้าทั้งระบบ 40-45 บาทตลอดสาย  และปิดท้ายที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เบอร์ 8 เสนอค่ารถเมล์ 10 บาทตลอดสาย เด็กนักเรียน ผู้สูงอายุนั่งฟรี และเลิกเก็บค่าแรกเข้ารถไฟฟ้าซ้ำซ้อน

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ