นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการที่พรรคเศรษฐกิจไทยถอนตัว จะทำให้เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำหรือไม่นั้น นายสุชาติ กล่าวว่า ให้ดูจากการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายปี 2566 และมั่นใจในเสียงพรรคเล็ก เพราะมีทั้งกลุ่ม 16 มา เพราะเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น ถ้าทุกคนเป็นตัวแทนของประชาชน ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ก็ไปด้วยกันได้ทั้งหมด ถ้ารัฐบาลทำไม่ถูก สามารถอภิปรายได้เต็มที่ แต่ถ้ารัฐบาลทำถูกแล้วการเมืองมาทำลายกัน เพื่อจะโกหกประชาชน ก็ไม่ใช่ เชื่อว่าประชาชนมองออก
ขณะที่ข้อกังวลเรื่อง ร.อ.ธรรมนัส มาอยู่ฝ่ายตรงข้ามจะเป็นเกมล้มนายกฯ นายสุชาติ กล่าวว่า ก็ดีกว่าอยู่แล้วไม่แน่นอน เพราะอยู่แล้วประเมินอะไรไม่ออก เป็นแบบนี้ชัดเจนกว่า พร้อมกันนี้ส่วนตัวไม่ข้อกล่าวล่วงว่า พล.อ.ประวิตร จะคุมเกมนี้ได้หรือไม่ เพราะเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งส่วนตัว และรัฐบาลจะผ่านไปด้วยดี
ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เท่าที่ตนอ่านญัตติฯ มีความเชื่อมั่นว่า รัฐมนตรีทุกคนสามารถตอบคำถามได้ เพราะในญัตติที่พรรคฝ่ายค้านเขียน เช่น การกล่าวอ้างว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม บริหารประเทศทำให้ประชาชนในชาติแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายขยายวงกว้างขึ้นมากกว่าเดิมนั้น ต้องย้อนกลับไปว่า พรรคการเมืองใดที่เคยใช้มวลชนมาเป็นเบี้ยทางการเมือง พอสมประโยชน์แล้วก็ปล่อยทิ้งอย่างไม่ใยดี และยังมีความพยายามที่จะปลุกมวลชนเพื่อสนองความต้องการในการเลือกตั้งที่ใกล้จะมาถึง อีกทั้ง มีกลุ่มการเมืองนอกจากจะแบ่งแยกเป็นประชาชนเป็นคนรุ่นนั้นรุ่นนี้แล้ว ยังเจริญรอยตามโดยการมีมวลชนที่พร้อมจะจัดทัวร์เพื่อให้ลงในพื้นที่ส่วนตัวของบุคคลอื่นๆ ในโลกออนไลน์และออฟไลน์
ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่มีรายชื่อนั้น เชื่อมั่นว่าสามารถชี้แจงและใช้โอกาสนี้ในการบอกเล่าผลงานให้ ส.ส.ทั้งสภาและประชาชนทั้งประเทศ ได้รับทราบ เพราะดูเหมือนว่า ผลงานของรัฐบาลที่ผ่านมานั้น ถูกนักการเมืองบางรายได้บิดเบือนด้วยคำพูดที่เปรียบเสมือนกับเป็น ‘แผ่นเสียงตกร่อง’ จนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด
ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะมีความเคลื่อนไหวของบรรดา ส.ส. ในพรรคเล็กๆ ที่มีการเจรจาต่อรองกัน รวมทั้งที่พรรคเศรษฐกิจไทย มีท่าทีไม่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ซึ่งอาจจะสร้างความกังวลใจบ้าง แต่ชื่อว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ เพราะการทำงานที่ผ่านมาของรัฐบาลก็เป็นคำตอบให้ ส.ส. และประชาชนเห็นแล้วว่า สมควรที่จะให้บริหารประเทศต่อไปจนครบวาระของสภาในช่วงเดือนมีนาคม 2566