กองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสาธารณรัฐประชาชน เตรียมความพร้อมการซ้อมรบร่วมประจำปี หรือการฝึกผสม “ฟอลคอน สไตรก์ (Falcon Strike)” หลังจากถูกระงับไว้เป็นเวลา 2 ปีจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19
การฝึกครั้งนี้มี นาวาอากาศเอก ฉกาจ ทองตะโก รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารอากาศ เป็นผู้อำนวยการฝึกกองอำนวยการฝึกผสมฝ่ายไทย และมี พันเอก หลี่ชิง เป็นผู้อำนวยการฝึกกองอำนวยการฝึกผสมฝ่ายจีน
จีนประกาศซ้อมรบเพิ่มเติมอีก 1 เดือนในทะเลป๋อไห่ กดดันไต้หวัน
การฝึกผสม Falcon Strike 2022 มีกำหนดการฝึกระหว่างวันที่ 14 - 25 สิงหาคม 2565 ณ กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
กองทัพอากาศไทยแจ้งว่า การฝึกร่วมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือ ในการรักษาสันติภาพ และความมั่นคงในภูมิภาค ตลอดจนการพัฒนาขีดความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพ ทางด้านการบิน ระหว่างกองทัพอากาศไทย และ กองทัพอากาศสาธารณรัฐประชาชนจีน อีกทั้งเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ และความสามัคคีให้แก่กำลังพลในทุกระดับของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การซ้อมรบนี้ เกิดขึ้นในขณะที่สถานการณ์ระหว่างสหรัฐ-จีน-ไต้หวัน กำลังคุกรุ่น โดยบอกว่า ไทยเป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์เก่าแก่กับสหรัฐฯ แต่ในช่วงหลังมีความพยายามในการกระชับสัมความพันธ์กับจีน โดยมีรายงานการจัดซื้อจัดจ้างด้านกลาโหมจากจีนบ่อยครั้ง
รอยเตอร์ยังบอกว่า กองทัพอากาศไทยเป็นหนึ่งในกองทัพอากาศที่มีอุปกรณ์ครบครันที่สุดในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ โดยเคยใช้เครื่องของสหรัฐฯ มาก่อน และกำลังพยายามจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35 จาก Lockheed Martin Corp เพื่อทดแทน F-16 รุ่นเก่าบางรุ่น
แหล่งข่าวในกองทัพอากาศซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเพราะเขาไม่ได้รับอนุญาตให้พูดกับสื่อ บอกว่า ไทยจะไม่ใช้เครื่อง F-16 ในการฝึกซ้อมรบกับจีน แต่จะใช้เครื่องบินขับไล่ Saab JAS-39 "กริพเพน" และ Alpha Jet ของเยอรมนีแทน