โค้งสุดท้าย "นายกฯ 8ปี" ฝ่ามรสุมการเมือง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

โค้งสุดท้าย "นายกฯ 8ปี" ฝ่ายค้านนำทีมเข้ายื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา ก่อนเซ็นส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในวันจันทร์ที่ 22 ส.ค.นี้ หลายคนที่ติดตามข่าวการเมืองมาถึงจนตอนนี้ คงรอลุ้นผลวินิจฉัยของศาลอย่างใจจด ใจจ่อ ว่า 24 ส.ค.นี้ จะเป็นอย่างไร

ออกสตาร์ทด้วย "ผู้ฝ่ายค้าน" เข้ายื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจจัย ปมวาระครบ 8 ปี ของ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ที่จะครบในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ 

แต่ทั้งนี้ หากมองในมุมฝ่ายค้าน ต่อการ "ยุบสภา" นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว "ภาวนาอย่าให้ทำ"  ถ้าจะอ้างว่ายุบสภา คงยาก ถ้ายุบก่อนวันที่ 23 ส.ค. นี้ 

จะไม่มีกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายจะค้างไปต่อไม่ได้ ยกเว้นแต่ได้ส่งร่าง พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ทูลเกล้าฯ ไปแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีการทูลเกล้าฯ ถ้ายุบตอนนี้ ก็ไม่มีกฎหมายเลือกตั้ง เข้าสู่สูญกาศ นายกฯ จะอยู่ยาว แต่ไปเสริมแรงต้านของประชาชน ให้เกิดแรงต่อต้านอย่างหนัก เชื่อว่า นายกฯ ไม่กล้าทำ 

ตามมาด้วย 51 อาจารย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังทั่วประเทศ ร่อนจมหมายถึงศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นสำคัญที่สุดในเบื้องต้นที่ต้องพิจารณาคือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น "นายกรัฐมนตรี" ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ ? 

เนื้อหาบางส่วนที่นำสรุป ว่าด้วย 

รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคสี่ บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งรวมกันเกิน 8 ปีมิได้ ซึ่งเป็นเรื่องการควบคุมนายกรัฐมนตรี ไม่ให้อยู่ในอำนาจนานเกินไป "จนเกิดการผูกขาดอำนาจในทางการเมือง" เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 158 วรรคสี่ โดยที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มิได้มีการยกเว้นให้กับนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งมาก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 จึงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ถึงวันที่ 24 ส.ค. 2565 เท่านั้น และหากพล.อ.ประยุทธ์ ยังดำรงตำแหน่งจนถึงวันที่ 24 ส.ค. 2565 ก็ต้องพ้นตำแหน่งทันทีในวันถัดไป ทั้งนี้ตามมาตรา 170 วรรคสอง

หาก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีไปจนเกินวันที่ 24 ส.ค. 2565 โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญยังวินิจฉัยไม่แล้วเสร็จ ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรา 82 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติว่า "หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่า … ผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ … ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัย" นั่นคือหากถึงวันที่ 25 ส.ค. 2565 แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัย ก็จะต้องพิจารณามีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

ขณะที่ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่าทางออกของ พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะนี้เสียงของประชาชนเริ่มดังนั้น บวกกับกรอบของเวลาในรัฐธรรมนูญ ครบวาระ 8 ปี จึงไม่แปลกที่หลายคน ออกมาเรียกร้องในเรื่องนี้ มิหนำซ้ำยังมีปัญหาปากท้อง ปัญหาความขัดแย้งเข้ามาร่วมด้วย "อันที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องไปถึงศาลก็ได้ แต่ อาจจะอ่านรัฐธรรมนูญแล้วลาออกด้วยตัวเองได้" ถือเป็นเรื่องปกติ ที่นายกฯ ทุกคน ก็เคยถูกเรียกร้องให้ลาออกด้วยหลากหลายปัจจัย แต่เรื่องนี้ดันมีกรอบเวลา "เมื่อครบ 8 ปีแล้ว ก็ต้องลาออก" เมื่อมีกรอบเวลา ก็จึงมีการออกมาเรียกร้องในช่วงนี้ "หากวันนี้คนพอใจในการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะมีคนออกมาพูดเรื่องนี้น้อย" จึงมองว่าเป็นช่วงเวลาของการผสมทุกสิ่งเข้ามา จนกลายมาเป็นการเรียกร้องให้ลาออก 

"พอถึงวันที่ 25 ส.ค. คือเลย 8 ปีไปแล้ว แล้วพล.อ.ประยุทธ์ ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ส่วนตัวมองว่ากระแสคัดค้านตัวนายกฯเอง จะดังขึ้น ก็ทำงานได้ยากขึ้น เพราะจะมีคนไปดำเนินคดีอาญา จะมีคนต่อต้าน มีคนคัดค้านเช่นนี้ ว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีอำนาจแล้ว ทำไมถึงยังมาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล แบบนี้ตัว นายกฯ จะทำงานอย่างยากลำบากมากๆ จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยในทางหนึ่งทางใด" ปริญญา กล่าว 

ในมุมการ "ยุบสภา" เพื่อฝ่ามรสุม 8 ปีครั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มองว่า การยุบสภานั้นมีเงื่อนไข หากคิดจะยุบสภาจริง คนอื่นๆ จะยอมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ อาจลอยตัว แต่คนอื่นมีความพร้อมที่จะเลือกตั้งหรือไม่ เนื่องจากกฏหมายลูกเลือกตั้ง ยังไม่เสร็จเรียบร้อย ขณะที่ลักษณะของ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนตัว หากยุบสภาก็เท่ากับว่ายอมแพ้ หนือ ยอมลาออก แสดงว่าผิดดังนั้นเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยุบสภาอย่างแน่นนอน 

"ถ้าท่านยุบสภาตอนนี้ แปลว่าท่านรู้ ว่าวันที่ 23 - 24 ส.ค. ท่านโดนแน่น ท่านถึงจะยุบสภา ไม่อย่างนั้น ท่านไม่รู้ หรือมั่นใจท่านไม่โดน แล้วจะยุบสภาทำไม เพราะไม่ได้ประโยชน์อะไรกับใครเลย และอาจไม่ได้ประโยชน์กับตัว พล.อ.ประยุทธ์ด้วย หากหลังวันที่ 24 ส.ค. ผลออกมาแล้วยังสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ต่อ ก็เท่ากับว่าการยุบสภาเสียประโยชน์ทันที" เจษฎ์ กล่าว 

ส่วนทางลงของ พล.อ.ประยุทธ์ แบบไหนที่จะฝ่ามรสุมนี้ไปได้ หากไม่ใช้ "ยุบสภา" ว่าหากผลวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ออกมาในเช้าวันที่ 24 ส.ค. ก็อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ นั้นไปพักร้อน "หยุดปฏิบัติหน้าที่" งดอยู่บ้านหลวง หรือ งดใช้ทรัพย์สินของหลวง ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันตัวเอง และอีกประเด็น คือ ไม่ทำให้ก่อฉนวนให้เกิดการชุมนุมต่อต้านในวงกว้าง

และอีกข้อ หากมองในแง่ของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลก็ปลดโปร่งในระดับหนึ่งว่าไม่ต้องสั่งให้ "หยุดปฏิบัติหน้าที่" เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พักร้อนไปแล้ว ขณะเดียวกันศาลรัฐธรรมนูญ ต้องรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้นายกฯ ไปพักร้อนหลายวัน ก็จะเกิดเป็นข้อกังขา ว่าจะเป็นไปในทิศทางต่อไปอย่างไร  


NEXT.... หลังจากนี้คงต้อง หวังพึ่งบารมีศาลรัฐธรรมนูญ 22 - 23 ส.ค.วินิจฉัย - มีคำตัดสินออกมา จะให้อยู่ต่อ ก็อยู่ต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะได้อยู่ต่อได้ แต่หากจะให้พ้น ก็ให้พ้น เพราะบ้านเมืองจะได้เดินหน้าต่อ...ไปได้ 

หรือไม่ "มรสุมการเมือง" รอบนี้ อาจเป็นแรงกระเพื่อม แรงต่อต้าน ทำก่อกวนใจรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ไปเสียบ้าง แต่หลัง "ประชุมเอเปค" คงต้องเซ็กสัญญาณอีกครั้ง เพราะมีหลายคนเริ่มโยกย้าย แปรทัพ จัดขบวน หวังรอเลือกตั้งคราวหน้าไว้แล้ว... 

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตีตกคำร้อง "ประยุทธ์" ปม 8 ปีนายกฯ

"วิษณุ" ชี้การเมืองเข้าโหมดเลือกตั้ง สภาฯใกล้หมดวาระ ไม่ได้โยงปมนายกฯ 8 ปี

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ