นายสติธร ธนานิธิโชติ ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ขอบเขตอำนาจของ พล.อ.ประวิตร ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี
โดยนายสติธร อธิบายว่า พล.อ.ประวิตร มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน เต็มที่ เหมือนกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะคำว่ารักษาราชการแทน หมายความว่าทำแทนได้ทุกเรื่อง ต่างจาก การปฎิบัติราชการแทน ที่สามารถทำได้เท่าที่ได้รับมอบหมาย
ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรี นายสติธร มองว่าน่าจะสามารถทำได้ง่ายกว่า การยุบสภา แต่ส่วนตัวก็เชื่อว่าการปรับคณะรัฐมนตรี และยุบสภาคง คงยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
แต่จากท่าที ของพล.อ.ประยุทธ์ ที่มีท่าทีนิ่งสงบ ต่างจากนิสัยปกติ ที่เป็นคนใจร้อน พูดตรงไปตรงมา นายสติธร มองว่าน่ากลัว และการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยังดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่เชื่อว่านี้คือสัญญาณของการไม่ถอดใจ และพร้อมสู้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ
ส่วนความสัมพันธ์ 3 ป. นายสติธร เชื่อว่าทั้ง 3 คน ยังรักกันดี หากดูจากท่าทีหลังการประชุม ครม. ที่ผ่านมา ทั้ง 3 คน ยังปิดห้องหารือร่วมกันอยู่
ส่วนการที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยุติการปฎิบัติหน้าที่ชั่วคราว ก็เชื่อว่าจะช่วยลดอุณหภูมิทางการเมืองได้เป็นอย่างดี แต่หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย ก็ต้องรอดูว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป เเต่ส่วนตัวมองว่าคงไม่ถึงขั้นเกิดวิกฤติทางการเมือง
ขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงเรื่องการเรียกชื่อตำแหน่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่า ในหนังสือราชการ สรุปได้ดังนี้
กรณีพล.อ.ประยุทธ์ฯ ใช้ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม” เท่านั้น เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญให้พลเอกประยุทธ์ฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
กรณีพล.อ.ประวิตรฯ ใช้ “รองนายกรัฐมนตรี” เท่านั้น เนื่องจากการรักษาราชการแทน เป็นไปตามกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน และคำสั่งที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงไม่ต้องต่อท้ายตำแหน่งด้วยคำว่ารักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี
เอกชนมั่นใจ "ประวิตร" รักษาการแทน ขับเคลื่อนนโยบายไม่สะดุด
สื่อรอเก้อ “ประยุทธ์” แจ้งด่วน ประชุมสภาโหมผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอเรนซ์