จับทิศทางพรรคสร้างอนาคตไทย สายกลาง - กอบกู้เศรษฐกิจ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การกลับมา “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ปูทางไปสู่การเป็น “แคนดิเดตนายกฯ” แต่หลายอย่างคงต้องอยู่ที่ “ฟ้าลิขิต”

อย่าคิดว่าคัมแบ็ก เพราะตำแหน่ง “นายกฯ” ไร้ความหมาย

ไม่ใช่เรื่องแปลก หากเราได้ยินชื่อของ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” มาร่วมงานกับ “พรรคสร้างอนาคตไทย”  ถือเป็นอดีตเคยร่วมทำงาน "แก๊งสี่กุมาร" ประกอบด้วย สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ , อุตตม สาวนายน , สุวิทย์ เมษินทรีย์ , กอบศักดิ์ ภูตระกูล คนคุ้นเคยที่ “สมคิด” เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ รัฐบาลประยุทธ์ช่วงแรก ก่อนจะแปรทัพ เปลี่ยนผันตามเวลา

จึงทำให้รู้ว่า…. ปัญหาของการบริหารงาน “รัฐบาลประยุทธ์” เป็นอย่างไร แบบรู้ไส้ รู้พุง เพราะตั้งแต่สมัยยุค คสช. ที่มองว่า เป็นแบ่งกระทรวงรูปแบบ “บุปเฟ่ต์คาบิเนต”  

ดังนั้น “พรรคสร้างอนาคตไทย”  เน้นการทำงานเชิงรุก ประกาศเดินหน้าทางสายกลาง ไม่คิดสุดโต่ง สุดขั้ว เพราะความคิดสุดโต่งสุดขั้ว แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสี แบ่งกลุ่ม มีแต่ทำลาย เน้นสร้างพรรคการเมืองให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง เป็นหลักยึดเพื่อแก้ไข กอบกู้เศรษฐกิจ วางอนาคตให้คนรุ่นหลาน

การเปิดตัวรอบนี้ “สมคิด” ยังพาลูกชายคนเล็ก ที่ต้องให้เห็นว่า การทำพรรคการเมืองไม่ใช่ของง่าย ต้องการให้เขาเข้าใจว่า ทำไมพ่อของเขาต้องกลับมาช่วยเหลือน้องๆ ทั้งหมดล้วนเป็นภารกิจหน้าที่ ไม่ใช่เพราะตำแหน่ง

ส่วนนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งนายกฯ ไม่มีความหมายเลย แต่ที่มีความหมายคือ การเป็นผู้นำที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงกับประเทศไทย นั่นคือ สิ่งสำคัญ 

หากในแง่ของการเปิดตัว เพื่อปูทางไปสู่การเป็น “แคนดิเดตนายกฯ” แต่หลายอย่างคงต้องอยู่ที่  “ฟ้าลิขิต” เพราะเป็นคนไม่มี "ใจบันดาลแรง" ดังนั้นขอใช้แรงบันดาลใจ "สร้างอนาคตไทย" 

“ไม่ต้องไปคำนึง ไม่ต้องไปกลัวว่าจะได้กี่เสียง จำนวนเสียงไม่ได้บอกอะไร แต่ศรัทธาของประชาชนคือหัวใจ อย่าคิดว่าเงินตราที่สามารถซื้อคอกม้าใหญ่ๆ ได้ จะมีพลังในการบริหารประเทศ ถ้าคุณเล่นการเมืองสร้างพรรคการเมือง คิดแต่สร้างโครงสร้างของอำนาจ แต่ถ้าไม่มีโครงสร้างทางปัญญา ไม่สั่งสมคนมีความรู้ความสามารถ พรรคการเมืองที่ไม่มีโครงสร้างปัญญา มีแต่โครงสร้างอำนาจสุดท้ายตัวเองก็จะไปไม่รอด หนำซ้ำจะพาชาติบ้านเมืองไปไม่รอดด้วย” นายสมคิด กล่าว

แม้พรรคสร้างอนาคตไทย จะเปิดตัวมาราว 5 เดือนแล้ว แต่เงียบเหงา สำหรับตัว “ฐานเสียง” ยังเป็นที่น่ากังวล แต่หากมองลึกลงไป เลือกตั้งคราวหน้า ปี 2566 พรรคสร้างอนาคตไทย คงเน้นไปที่กระทรวงเศรษฐกิจ อย่าง กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ นั้นอาจสอดรับกับสถานการณ์โลกโควิด-19 ที่เริ่มผ่อนคลาย อยู่ในช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจ  ที่พรรคสร้างอนาคตไทย ล้วนคัดคนจากกลุ่มธุรกิจ และตัว “สนธิรัตน์” ก็ลั่นไว้ว่า... พร้อมทุกเมื่อ หากพรุ่งนี้จะมีการเลือกตั้ง

แต่ต้องไม่ลืมว่า ยังมีหลายพรรคการเมือง เน้นไปที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง อย่าง “พรรคเพื่อไทย” ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ส่วน

“พรรคกล้า” เน้นแก้ปัญหาพลังงาน และอีกพรรคที่ต้องจับตา การจับมือของ “กรณ์ จาติกาวณิช” ที่ไปร่วมงานกับ “พรรคชาติพัฒนา” หวังเข้ามาร่วมกัน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ดำเนินงานแบบมืออาชีพ

หลังจากนี้.... ทิศทาง “พรรคสร้างอนาคตไทย” จะได้เก้าอี้รัฐมนตรีจำนวนกี่ที่นั่ง การกลับมาของ “สมคิด” รอบนี้ ยังเลี่ยงตอบคำถามกับสื่อมวลชน ว่าจะร่วมงานกับ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หรือไม่ แต่อย่าลืมว่า เมื่อถึงเวลานั้น ทิศทางลมจะเป็นอย่างไร เพราะวันนี้เครื่องมือของรัฐบาล ยังมีเสียงสนับสนุนของ ส.ว. 250 อยู่ด้วย จึงเป็นโจทย์ท้าทาย ที่พรรคสร้างอนาคตไทย ต้องเผชิญหน้าในอนาคต      

“อนุทิน” แจงเหตุผล “ภูมิใจไทย” จับมือร่วม “พลังประชารัฐ”

“ใช้ใจบันดาลแรง” เช็กอุณหภูมิการเมือง ปมนายกฯ8ปี-พรรคการเมืองขยับ

 

 

 

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ