นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย เปิดเผยหลังกลับจากการลงพื้นที่กิจกรรมเพื่อไทยมาเหนือ ที่เชียงใหม่ ว่า ส่วนตัวเขามองว่า ตระกูลชินวัตร คือ จุดแข็งอย่างหนึ่ง ของพรรคเพื่อไทย นอกเหนือจากนโยบาย รวมถึงบอกชัดเลยว่า พรรคเพื่อไทย ต้องประเมินกันว่าจะจัดวางคนของตระกูลชินวัตร โดยเฉพาะ นายทักษิณ ชินวัตร ในบทบาทใด และส่วนไหน ส่วนตัวมองว่า นายทักษิณ ควรเป็นส่วนสนับสนุนของพรรคเพื่อไทย
ดังนั้น จึงมองว่า การปรากฎตัวของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ หรือ คุณหญิงอ้อ รวมถึงคนในตระกูลชินวัตร เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ทั้งคนในพรรคและนอกพรรค
ส่วนข้อครหาที่มีการมองว่า ตระกูล ชินวัตร เป็น สายล่อฟ้าทางการเมือง บางคนถามว่า หากคนของตระกูลชินวัตร ไม่เข็ดหรอหากจะลงเล่นการเมืองอีก ประเด็นนี้ นายณัฐวุฒิ บอกว่า หากมีคนเล่นการเมืองแล้วต้องลี้ภัยตลอด แสดงว่า บ้านเมืองไม่ปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีคนตระกูลชินวัตร ขึ้นมาเป็นผู้นำแล้วถูกรัฐประหาร ผลกระทบไม่ได้เกิดเฉพาะเพื่อไทย หรือ ตระกูลชินวิตร แต่เป็นผลกระทบ ที่ เกิดขึ้น กับคนทั้งประเทศ
ส่วนคำถามสำคัญ คือ กรณีที่มีการระบุว่า จะนำนายทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน นายณัฐวุฒิ มองว่า เป็นเรื่องอ่อนไหวมาก พรรคเพื่อไทยต้องไม่นำเอาประเด็นนี้นำเป็นอันดับ1 ในการเลือกตั้ง ควรนำมาเป็นประเด็นรอง เพราะหากนำด้วยประเด็นนี้ ในสถานการณ์ยังมีความขัดแย้งสูง มองว่า อันตราย
แต่ก็ยอมรับว่า ปฎิเสธไม่ได้ ว่า หากไปถาม นางสาวแพทองธาร ก็ต้องอยากให้พ่อกลับบ้าน แต่ส่วนตัวยังเชื่อว่าถ้าสังคมมีความขัดแย้งลดลง เรื่องนี้จะถูกพูดจริงอย่างจริงจังอีกครั้ง
เมื่อถามว่าจุดแข็งของพรรคเพื่อไทยนอกจากตระกูลชินวัตร แล้ว คือเรื่องใดอีก นายณัฐวุฒิ บอกว่า คือ นโยบายที่เคยทำสำเร็จแล้ว เชื่อว่าสิ่งนี้ จะชนะพรรคการเมืองที่ถูกมองว่าอยู่ฝ่ายเดียวกัน พร้อมระบุอีกว่า หากมีการประกาศยุบสภา หลังจากวันนั้น พรรคเพื่อไทย จะประกาศนโยบายพรรคอย่างเป็นทางการทันที