แผ่นป้ายแสดงแผนผังต่างๆที่เคยใช้ประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อปี 2555 วันนี้ 19 ก.ย. 2565 นายชูวิทย์หยิบขึ้นมาใช้อธิยายให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งเขาออกมาแถลงข่าวพร้อมกับอุปกรณ์สำคัญ คือ นาฬิกาตายเรือนใหญ่ โดยใช้เป็นสัญลักษณ์ถามว่า นาฬิกาประเทศไทยมันเดินช้าไปไหม? เหตุเพราะคดีการทุจริตก่อสร้างโรงพักทดแทน 396แห่งทั่วประเทศ ที่เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนนำไปสู่การตรวจสอบของ DSI และ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดในเวลาต่อมา ศาลจะตัดสินคดีในวันที่ 20 ก.ย. 2565
ซึ่งถ้านับจากวันที่อภิปราย มาถึงวันนี้ก็ประมาณ 10 ปีพอดี ถือว่านานเกินไปหรือไม่ สำหรับการตัดสินคดีเพียง 1 คดีที่มีหลักฐานชัดเจน
การออกมาวันนี้นายชูวิทย์ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาก้าวล่วงการตัดสินของศาลวันพรุ่งนี้ เพียงแต่ต้องการมาตั้งคำถามกับสังคม ว่ากระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้าแบบนี้เท่ากับยิ่งส่งเสริมการคอรัปชั่นให้เข้มแข็งหรือไม่
นายชูวิทย์เชื่อว่าน่าจะมีขบวนการทำให้คดีนี้เกิดความล่าช้า เพราะมีความแปลกตั้งแต่ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดมาแล้ว แต่อัยการสูงสุดกลับมีความเห็นไม่สั่งฟ้อง จน ป.ป.ช.ต้องฟ้องเอง
ผู้สื่อข่าวก็ถามกลับว่า ถ้าพรุ่งนี้ศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง แบบนี้ต้องตั้งคำถามกลับไปยังอัยการหรือไม่ นายชูวิทย์ให้ความเห็นว่า ให้ลองคิดว่ากลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เกษียณอายุราชการไปแล้ว โดยที่ผ่านมาตัวเองก็สิ้นหวังกับคนทำงานในกระบวนการยุติธรรมแบบนี้
สำหรับคดีนี้ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดหลายคน ในจำนวนนั้นมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยในวันพรุ่งนี้นายชูวิทย์บอกว่าจะรอดูว่าจะมีใครติดคุกหรือไม่