นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะ กล่าวถึงการทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าทำได้ดีมาก ทั้งการประชุม ครม. และ การประชุมต่างๆ
ส่วนการปรับลุคการแต่งตัวโดยการสวมกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบลงพื้นที่นั้น ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในการเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งหน้าหรือไม่ นายชัยวุฒิ ทำเสียงสูงพร้อม ระบุว่า "ใส่กางเกงยีนส์แล้วเป็นนายกฯได้เลยเหรอ" ก่อนจะหัวเราะและบอกว่าไม่เกี่ยวกัน
ซึ่งเคยบอกแล้วว่าโดยทั่วไปพลเอกประวิตรก็เป็นคนแต่งตัวสบายๆ ใส่กางเกงยีนส์เสื้อยืดเป็นปกติ เพียงแต่เวลาไปปฏิบัติราชการก็ต้องแต่งตัวเรียบร้อย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง ส่วนตัวมองว่า เป็นกันเองดูวัยรุ่นและคึกคักดี แต่สิ่งที่ตนห่วงคือการทำกิจกรรมทางการเมืองหลังวันที่ 24 กันยายนเป็นต้นไปซึ่งจะมีหลายพรรคการเมืองไปจัดเวทีปราศรัย ตนขอฝากเตือนไปยังทุกพรรคว่าการจัดเวทีเครื่องเสียงค่าอาหารต่างๆรวมเป็นค่าใช้จ่ายซึ่งต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน รวมไปถึงการที่คนมาฟังปราศรัยใส่เสื้อเหมือนกันหมดจะถูกมองว่าเป็นการแจกเสื้อด้วย จึงขอให้ระมัดระวังว่าคิดเป็นค่าใช้จ่ายหรือไม่และคณะกรรมการการเลือกตั้งควรชี้แจงว่าทำอะไรได้บ้าง เช่น การแจกสิ่งของน้ำท่วม จะปล่อยให้พรรคใดพรรคหนึ่งได้เปรียบกันก็ไม่ใช่เรื่องดี แต่ขณะนี้มีแค่ภาพรวมของกฎหมาย หากมาพูดในรายละเอียดจะมีปัญหามากโดยเฉพาะพรรคใหญ่ๆ หลายพรรค ที่มีการเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมทางการเมืองซึ่งต้องระมัดระวัง
ส่วนที่ฝ่ายค้านมองว่ารัฐบาลได้เปรียบในการนำสิ่งของราชการไปมอบให้กับประชาชนในช่วงน้ำท่วม เป็นการหาเสียงไปในตัวนั้นนายชัยวุฒิ กล่าวว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ กกต. ต้องชี้แจงว่าการที่หน่วยงานราชการไปช่วยเหลือประชาชน กกต. จะมองว่าอย่างไร แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ได้ทำในนามพรรค และเป็นการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน แต่ย้ำ ว่าสิ่งที่ตนห่วงคือการลงพื้นที่หาเสียงในนามพรรค โดยเฉพาะพรรคใหญ่ที่จะแลนด์สไลด์ ที่จัดกิจกรรมแล้วมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก ตนมองว่าการจัดเวทีครั้งหนึ่งหมดเป็นหลายล้านถึงหลักสิบล้าน เรื่องนี้ กกต. จะมองอย่างไร ขอให้ระวังด้วย
“ชัยวุฒิ” เผย ปชช.เจอสายสื่อสารมีปัญหาแจ้งได้ที่ ดีอีเอส - กสทช.
นายชัยวุฒิ กล่าวถึงกรณีดราม่านำถุงกระดาษที่ใส่ขนมที่ ทำมาจากเอกสารประวัติผู้ป่วย รวมถึงใบรับรองการเสียชีวิต (ใบมรณบัตร) ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ว่า ตามกฏหมายถือว่ามีความผิด แต่ในช่วงแรก ยังไม่เน้นเอาผิด บังคับใช้กฎหมาย เพราะยังมีการผ่อนผันอยู่ แต่ตนขอฝากไปถึงผู้ประกอบการที่มีข้อมูลของลูกค้า ที่อาจไม่ตั้งใจ เช่นกระดาษสำเนาบัตรประชาชน ใบสมัครงาน เอกสารต่างๆ ที่มีข้อมูลส่วนบุคคล ต้องเก็บรักษาให้ดีอย่าให้รั่วไหล ถ้าจะทิ้งต้องทำลายด้วยการฉีกหรือเผาตามกระบวนการที่ถูกต้อง อย่านำไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าเพื่อนำไปใช้ต่อ เพราะข้อมูลเหล่านี้หากรั่วไหลไปถือว่าผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องรับทราบข้อกฎหมายตรงนี้ด้วย และข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถนำไปทิ้งขยะไม่ได้ ส่วนกรณีเจ้าตัวมีสิทธิ์ฟ้องร้องได้ ซึ่งย้ำว่าในช่วงแรกยังเป็นช่วงตักเตือนและผ่อนผันอยู่
รมว.ดีอีเอส ชี้เเก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรป่วน ผบช.ไซเบอร์ เหตุรัฐรุกปราบหนัก