เปิดเหตุผลยกฟ้อง "สุเทพ" ฮั้วประมูลสร้างโรงพัก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังศาลยกฟ้องนายสุเทพและพวกคดีฮั้วประมูลก่อสร้างโรงพัก เลขาธิการป.ป.ช.ให้สัมภาษณ์พิเศษทีมข่าวพีพีทีวียืนยันว่า ป.ป.ช.ไม่ได้เดิมเกมผิด และบทบาทของป.ป.ช.ต้องไม่กลัวการฟ้องกลับด้วย ขณะที่การพิจารณาคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ วันนี้ ผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ได้เข้าไปนั่งฟังการพิจารณาคดีด้วย โดยเจ้าหน้าที่ให้สื่อและผู้ที่มาให้กำลังใจฝ่ายจำเลย รวมถึงกลุ่มอดีตแกนนำ กปปส. ฟังการพิจารณาผ่านจอภาพอีกห้อง แต่ก็สามารถเห็นสีหน้าท่าทางของนายสุเทพและจำเลยคนอื่นๆ ได้ชัดเจน

ทีมข่าวพีพีทีวีทำภาพจำลองนี้เพื่อให้เห็นบรรยากาศในห้องพิจารณาคดี โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯพร้อมจำเลยคนอื่นๆ และทนายความ เข้ามานั่งรอฟังคำพิพากษาตั้งแต่เวลา09.30 น.โดยมีการฉายภาพจากวงจรปิดมุมต่างๆ ให้ผู้สื่อข่าวติดตามผ่านอีกห้อง จากมุมภาพวงจรปิด ที่นั่งฝั่งจำเลย มีจำเลยนั่งอยู่ 3 คนพร้อมทนายความ 4 คน ขณะที่ที่นั่งฝั่งโจทก์ มีเพียงทนายความ 5 คน นั่งอยู่ จากมุมกล้องไม่เห็นจุดอื่นๆว่าจำเลยมาฟังคำพิพากษาครบทั้ง6 คนหรือไม่แต่เห็นสีหน้าท่าทางของนายสุเทพชัดเจน เพราะนั่งหน้าสุดฝั่งที่นั่งจำเลย

ท่าทีขณะที่อยู่ในห้องก่อนศาลอ่านคำพิพากษา นายสุเทพ หันไปพูดคุยกับทนายความบ่อยครั้ง และคุยกันอยู่นาน โดยทั้งคู่มีสีหน้าเครียด

ทั้งหมดอยู่ในห้องราว 1 ชั่วโมง ก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะเริ่มอ่านคำพิพากษา และเมื่อถึงช่วงที่ศาลอ่านผลพิพากษาจำเลยที่ 1 คือนายสุเทพ ยกฟ้องเป็นคนแรก มีเสียงปรบมือดังขึ้นจากกลุ่มคนที่มาให้กำลังใจนายสุเทพ อาทิ กลุ่มอดีตแกนนำ กปปส.ที่นั่งฟังการพิจารณาคดีห้องเดียวกับผู้สื่อข่าว

สำหรับจำเลยทั้ง 6 คนในคดีนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกถูกกล่าวหาปมเปลี่ยนแปลงแนวทางจัดซื้อจัดจ้าง รวมเป็นสัญญาเดียว คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ศาลยกฟ้องนายสุเทพ โดยให้เหตุผลว่าการอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้าง โดยไม่เสนอ ครม. นั้น ไม่ผิด เพราะ ครม.อนุมัติในหลักการแล้ว ไม่ได้ลงในรายละเอียด

ส่วนที่ยกฟ้อง พล.ต.อ.ปทีป เพราะอนุมัติการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้าง ตามเหตุผลที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอว่า หากแยกสัญญาให้ตำรวจภูธรแต่ละภาคจัดการเองตามวิธีเดิม จะมีปัญหาเรื่องการกระจายงบประมาณ และจะเกิดความไม่เท่าเทียม

สำหรับกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มกรรมการประกวดราคาที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยผ่านให้บริษัทเสนอราคาต่ำผิดปกติ โดยเฉพาะราคาเสาเข็มต่อหน่วย ต่ำกว่าราคากลางกว่าเท่าตัว ประกอบด้วย พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ และ พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์ ศาลยกฟ้อง เพราะดูราคาวัสดุภาพรวมไม่เกินเกณฑ์มาตรการป้องกันหรือลดโอกาสการสมยอมกันเสนอราคา ตามมติครม.ที่ต้องทำบันทึกส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

และกลุ่มที่ 3 คือนิติบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่า สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิด ประกอบด้วย บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้ชนะการประกวดราคา เป็นจำเลยที่ 5 และ นายวิศณุ วิเศษสิงห์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เป็นจำเลยที่ 6 ศาลยกฟ้อง เพราะในเมื่อจำเลยที่ 1-4 ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐไม่ผิด เท่ากับว่าจำเลยที่ 5-6 ไม่ได้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ให้ทำผิด เลยพ้นผิดด้วย

ถ้าย้อนดูการให้สัมภาษณ์ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก่อนเข้าฟังการพิจารณาคดี แสดงความมั่นใจในพยานหลักฐาน และเชื่อมั่นมาตั้งแต่ต้นว่าพยานหลักฐานที่นำเสนอต่อศาล ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว เพราะเป็นผู้ซักค้านพยานด้วยตนเอง  พร้อมบอกว่า การถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ฮั้วประมูลการก่อสร้างโรงพัก ถูกคู่แข่งทางการเมืองหยิบขึ้นมาโจมตี เพราะสถานีตำรวจสร้างไม่เสร็จ จึงทำให้เขาตกเป็นแพะ ทั้งที่ก่อนหน้าสำนวนการสอบสวนที่ป.ป.ช. ส่งให้อัยการถูกตีกลับ และลงความเห็นว่า เขาไม่มีความผิด จึงทำให้ป.ป.ช.ยื่นฟ้องเอง  

หลังรู้ผลคำพิพากษาแล้ว ทีมข่าวพีพีทีวีมีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. โดยนายนิวัติไชย บอกว่า หลังจากนี้ทาง ป.ป.ช.ต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ว่าจะอุทธรณ์คดีต่อไปหรือไม่ ซึ่งหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าคดีนี้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ออกมาขับเคลื่อนคดีนี้และถูกฟ้องหมิ่นประมาท จนต้องติดคุกไปแล้ว 1 คนก็มีโอกาสที่ ป.ป.ช.อาจจะถูกฟ้องกลับได้

นายนิวัติไชย ระบุว่า เป็นสิทธิที่ผู้ถูกกล่าวหาและประชาชนจะฟ้องกลับป.ป.ช. ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องยอมรับ เพราะป.ป.ช.เป็นหน่วยงานยุติธรรมไม่ใช่หน่วยงานให้บริการดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะมีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจในการทำหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาป.ป.ชเองก็ถูกฟ้องกลับหลายคดี แต่ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องดำเนินการตามที่กฎหมายระบุไว้ ถ้าหากว่าไม่พร้อมปฏิบัติตามหน้าที่ ก็ควรจะต้องลาออกไปไม่ต้องมานั่งกินภาษีประชาชน

ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้ที่ออกมาแฉเรื่องนี้เป็นคนแรก เมื่อ 10 ปีที่แล้ว วันนี้หลังฟังคำตัดสินของศาล นายชูวิทย์ได้ออกมาไลฟ์ผ่านเพจเฟสบุ๊กของตัวเอง บอกว่าแสดงความยินดีกับนายสุเทพด้วย ที่พ้นมลทินหลังการต่อสู้มายาวนาน ยอมรับการตัดสินของศาล แต่ระหว่างนั้นประชาชนที่ชมการไลฟ์ก็ต้องคำถามสดว่า ศาลยกฟ้องแบบนี้ใครต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

เรื่องนี้นายชูวิทย์บอกว่าจนปัญญาจะหาคนผิด เพราะประเทศไทยเต็มไปด้วยเรื่องประหลาด หลายเรื่องที่ออกมาแฉก็หาตัวคนรับผิดชอบไม่ได้ ตอนนี้เขาจึงกลายเป็นคนที่หยิกก็ไม่เจ็บแล้ว

นายชูวิทย์บอกว่าเรื่องนี้ถ้าจะตรวจสอบต่อก็คงจะยากแล้ว เพราะเรื่องราวผ่านมา 10 ปี หลายอย่างก็คงตกหล่น ส่วนใครจะต้องมารับผิดชอบเรื่องนี้ก็คงเป็นปริศนาต่อไป

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ