นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศไทม์ไลน์การเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในกลางปีหน้า ว่า กกต. มีการกำหนดสถานการณ์ไว้เป็น 2 แบบ คือ 1. รัฐบาลอยู่บริหารราชการแผ่นดินจนครบวาระ 23 มี.ค.66 และ 2. รัฐบาลประกาศยุบสภาก่อน เพื่อจะทำให้รัฐบาลรู้ว่าจะมีแนวดำเนินการอย่างไรต่อไป และจากนั้น กกต. จะต้องดำเนินการอย่างไร
ส่วนกรณีที่ กกต. ออกประกาศเตือนว่า เหลืออีกกี่วันจะถึงกำหนดการเลือกตั้ง เป็นความรอบคอบ ที่ให้แต่ละพรรคการเมืองเตรียมการ โดยก่อนหน้าไม่ต้องเตือน เพราะมีกฎหมายเลือกตั้งอยู่ แต่ขณะนี้กฎหมายเลือกตั้งอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข จึงต้องใช้กฎหมายเลือกตั้งฉบับเดิมไปก่อน ซึ่งอยู่กึ่งกลางกฎหมายฉบับเก่าและฉบับใหม่ จึงจำเป็นต้องออกประกาศเตือนทั้งระเบียบการหาเสียงการใช้เงินในการหาเสียง
ส่วนได้ประสานไปยัง กกต. เพื่อให้ส่งประกาศนั้นมายังรัฐบาลเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ กกต. ขอแก้ไขข้อความในประกาศเตือนจึงทำให้ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศคู่มือของ กกต.ในราชกิจจานุเบกษา เช่นเดียว กับรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ต้องเตรียมตัวหากลงไปดำเนินการในส่วนของพรรคการเมือง
จะต้องระวังระวัง เพราะหากมี 2 ตำแหน่ง จะต้องทำให้ประชาชนและกกตแยกให้ออกว่า ใช้ตำแหน่งใดในการหาเสียงไม่เช่นนั้น จะเกิดการฟ้องร้องตามมา ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ พ้นจากหน้าที่จะยังสามารถรับการรักษาอาการต่อไปได้ แต่ไม่ควรทำ ซึ่งสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทุกคนก็รู้กันอยู่
ส่วนนายกรัฐมนตรีต้องยุบสภา จะประกาศหรือไม่ประกาศว่าจะยุบสภาก็ได้ เพราะในอดีตเคยมีนายกรัฐมนตรี ที่เคยประกาศยุบสภา โดยไม่บอกใครเลย แต่ในบางครั้งก็มีการหารือกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเป็นการภายในวงประชุมครม.
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 30 กันยายนนี้ ตามปกติแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งของพล.อ.ประยุทธ์ ตามคำขอของฝ่ายค้าน เพราะมีหลักการกำหนดไว้อยู่แล้วว่าศาลจะไม่ตัดสินเกินคำขอ ซึ่งตนมองว่า การวินิจฉัยตามคำขอของฝ่ายค้านก็จะได้ทราบข้อมูลมากพอสมควรแล้ว
ส่วนบรรยากาศบ้านเมืองใน ขณะนี้จากประสบการณ์มองอย่างไรนั้น นายวิษณุ กล่าวว่าไม่มีอะไรแตกต่าง และไม่ได้กลิ่นเรื่องการเปลี่ยนแปลง
“ปั้นจั่น ปรมะ” เคลียร์ชัดสถานะ “ปราง กัญญ์ณรัณ” เป็นแค่พี่น้อง
“พรีเมียร์ลีก” เมินจัดเกม “ออลสตาร์”