เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2565 ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน ร่วมกันยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาฯ เพื่อขอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม
โดย นพ.ชลน่าน แถลงว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน เข้าชื่อ 171 คน ยื่นต่อประธานสภาฯ เพื่อขอให้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
สาระสำคัญในหนังสือ ประกอบไปด้วย ข้อ 1.การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พลเอกประยุทธ์ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 และดำรงตำแหน่งต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ข้อ 2.รัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง มาตรา 158 วรรคสี่ และมาตรา 264 ห้ามนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเกินกว่า 8 ปี โดยให้นับระยะเวลาต่อเนื่องและมิได้กำหนดไว้อย่างชัดแจ้งว่าต้องเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญนี้เท่านั้น
ข้อ 3.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2561 และ 7/2562 กรณีมาตรา 264 ให้รัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ต้องอยู่ในบังคับของรัฐธรรมนูญ 2560 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 3-5/2550 และ 24/2564 เรื่องการบังคับใช้กฎหมายย้อนหลังสามารถทำได้หากมิใช่โทษทางอาญา
ข้อ 4.เจตนารมณ์ของการจำกัดระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 158 วรรคสี่
จากนั้นในวันที่ 22 สิงหาคม 2565 โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เผยในขณะนั้น ถึงการส่งคำร้องของฝ่ายค้านที่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะสิ้นสุดในวันที่ 23 สิงหาคมนี้หรือไม่ ในวันนี้คำร้องจะนำไปส่งที่ศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ได้ลงนามไปแล้วในวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่เนื่องจากติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
เพียงไม่กี่วัน ศาลรัฐธรรมนูญรับคำวินิจฉัย 24 สิงหาคม 2565 ทำให้ พลเอกประยุทธ์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แล้วให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำหน้าที่เป็นนายกรักษาการณ์แทน ส่วนพลเอกประยุทธ์ ไปทำงานอีกตำแหน่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม"
ต่อมาในวันที่ 1 กันยายน 2565 ทีมงานกฎหมายพลเอกประยุทธ์ ได้ส่งคำชี้แจง ด้วยกัน 8 ข้อ ระบุเนื้อหาว่า
1. การนับวาระดำรง ตำแหน่งนายกฯ จะนับจากปี 2557 ไม่ได้
2. รธน.ปี 2560 ไม่ได้ระบุกรอบ 8 ปี ชัดเจน จะตีความจำกัดสิทธิบุคคลไม่ได้
3. ศาลรธน. เคยวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรี ก่อนปี 2560 ถือเป็นรัฐมนตรีนับจากวันที่ รธน.ฉบับปี 2560 บังคับใช้
4. อ้างถึงความเป็นนายกฯ ของตัวเอง ไม่ขัดต่อเจตนารมณ์ของ รธน.
5. บันทึกการประชุม กรธ.ครั้งที่ 500 ไม่ใช่เจตนารมณ์ของ รธน.
6. โต้แย้งการตีความ รธน.ปี 2560 เปรียบเทียบกับกฎหมาย ป.ป.ช.ไม่ได้
7. ขอให้ศาลรธน.ตีความโดยถูลักษณะต้องห้าม ไม่ใช่แค่การรับรู้ว่าเป็นนายกฯ มาแล้ว 8 ปี
8. การนับวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี ต้องนับจาก รธน.ฉบับปี 2560 ประกาศใช้
หลังจากนั้นเอกสารของ นายมีชัย ฤชุพันธ์ อดีตประธาน กรธ. หลุดในโลกออนไลน์ ที่ระบุว่า วาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560
ทำให้เรื่องนี้ร้อนไปยังถึงศาลรัฐธรรมนูญ ต้องออกมาแถลงข่าวชี้แจงปมเอกสารของ "มีชัย" หลุดออกมา ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญ ว่าเรื่องนี้ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นกังวลกับเรื่องนี้อย่างมาก และได้สั่งเร่งให้ตรวจสอบถึงที่มาของเอกสาร เนื่องจากมีผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องที่ถูกพาดพิง เบื้องต้น ยังไม่สามารถบอกได้ว่า เอกสารดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ หากเป็นเอกสารจริง จะตรวจสอบไปถึงคสามบกพร่องที่ทำให้เกิดเหตการณ์นี้
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ขอความเห็นจากพยานที่เกี่ยวข้องจริง ส่วนหากรู้ตัวผู้ที่เป็นคนปล่อยเอกสารนี้ออกมา จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายหรือไม่ นายเชาวนะ กล่าวว่า ต้องพิจารณาตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้อีกครั้ง แต่เมื่อเอกสารหลุดไป ทำให้หลายฝ่าย คาดการณ์ไปก่อนว่า คำวินิจฉัยศาลจะออกมาอย่างไร จึงต้องเร่งตรวจสอบเรื่องนี้
ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดวันตัดสิน นายกฯ 8 ปี นัดอ่านคำวินิจฉัย วันที่ 30 กันยายน 2565 ช่วงที่ผ่านมาสื่อหลายสำนัก ต่างรายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เลือกที่จะเก็บตัวเงียบ และไม่ค่อยออกสื่อสักเท่าไหร่ เพื่อรอวันศาลตัดสินนายก 8 ปี ว่าจะรอดหรือไม่รอด
"อนุทิน" ให้กำลังใจ "บิ๊กตู่" ศาลตัดสินนายก 8 ปี เผย มีทุกข์ร่วมทุกข์ มีสุขร่วมเสพ
"ประยุทธ์" 8 ปีนายกฯ เก็บตัวเงียบ ไร้ข้อกังวล รอวันนัดชี้ชะตา