นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.จังหวัดน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประเมินการยุบสภาฯ หลังรับฟังคำวินิจฉัยว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะยุบสภาฯ หลังการประชุมเอเปค เดิมทีตนคิดไว้ว่าเป็นไปได้สัก 80% แต่หลังฟังคำวินิจฉัยคาดว่าเพิ่มเป็น 90% แล้ว และคาดว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ส่วนปัจจัยของการยุบสภาฯ มี 2 เรื่องหลัก
2) ความเห็นต่างและข้อขัดแย้งทางการเมืองจะมากขึ้น เพราะขณะนี้ทุกคนเห็นแล้วหาก พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อ สิ่งที่ทนทุกข์ทรมานจะไม่ได้รับการแก้ไข ลูกหลานอนาคตของประเทศไม่มีโอกาส ความขัดแย้งต่างๆ จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะ คำวินิจฉัยที่ประชาชนเห็นว่าไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ชัด
"ทุกคนนับเลขเป็น รู้ได้สัมผัสได้ถึงข้อเท็จจริง แต่ศาลไปอาศัยช่องกฎหมายวินิจฉัยแบบนี้ก็เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้น"
จำเลยของสังคมนอกจากจะมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สังคมก็ต้องมองไปที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งส่วนนี้เป็นข้อกังวล ทั้งหมดที่พูดมาจะทำให้เกิดความไม่สงบที่เกิดจากข้อเรียกร้องให้มีการยุบสภาฯ คืนอำนาจให้ประชาชน ทางที่ดีที่สุดต้องสนองความต้องการของประชาชน ด้วยการยุบสภาฯ ไม่น่าจะมายึดอำนาจได้ ยกเว้นสร้างสถานการณ์
"ดังนั้น กลไกที่นำไปสู่การยึดอำนาจ ประชาชนคงไม่ทำ ยกเว้นจะมีการสร้างสถานการณ์ ทำให้เหตุการณ์ต้องสมอ้าง ควรแก่การยึดอำนาจ นั่นจะทำให้ประเทศล้าหลัง สิ่งไม่ดีจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ หลายคนคงจะรับไม่ได้"
ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยนายก 8 ปี “ประยุทธ์” อยู่ต่อ กลับนั่งเก้าอี้เดิม
"บิ๊กป้อม" เผยไม่ได้เจอ "พล.อ.ประยุทธ์" แต่ให้กำลังใจทุกวัน ลุ้นศาลตัดสินนายก 8 ปี