นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวผ่านระบบบวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ โดยเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตาม พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 (รุ่นที่ 42) โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนภาคภูมิใจที่ได้เห็นผู้ที่เข้ารับการอบรมจาก 7 จังหวัด ที่มีความตั้งใจ และเห็นประโยชน์จากการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท อยากให้ประชาชนสงบสุข และไกล่เกลี่ยปัญหาต่อกันคุยกันได้
ตนได้เห็นความตั้งใจผู้เข้าอบรมตรงนี้ ตนมีความสุขมาก เพราะเคยได้ไปอบรมมาเช่นกัน และตั้งใจไว้ว่าหากเลิกลาจากการเมืองแล้ว ก็อาจจะไปสมัครเป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่ศูนย์ไกล่เกลี่ย ก็จะทำให้เรามีความสุข ซึ่งผู้ไกล่เกลี่ยต้องไปช่วยคนอื่น เป็นคนกลางในการช่วยข้อพิพาท บางครั้งน้ำผึ้งหยดเดียวเรื่องเล็กๆ ก็อาจจะทำให้คนฆ่ากันได้ โดยการจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยต้องเข้าใจปัญหาของเขา ต้องฟังจนเข้าใจ ตนเจอมาหลายกรณีในเรื่องที่เกิดขึ้นจริง สิ่งที่พวกเราต้องอดทนคืออย่าไปโกรธเขา ก็อาจจะหันมาวิวาทกับเราแทน ต้องใจเย็นอดทน มองด้วยความเข้าใจ อย่าผลีผลามเพราะเราจะฟังไม่ครบ
นายสมศักดิ์ ยังได้ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่จัดสรรงบกลางให้มาจัดงาน รวม 5,521,000 บาท ซึ่งในปีนี้ มีการจัด 8 รุ่น รุ่นละ 50 คน จัดตั้งแต่เดือน ต.ค.2565 - มี.ค.2566 โดยมีสถานที่จัดอบรมคือ จ. เชียงใหม่, พิษณุโลก, ขอนแก่น , ร้อยเอ็ด, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, นครสวรรค์ และกาญจนบุรี โดยการฝึกอบรมใช้เวลารุ่นละ 5 วัน รวม 36 ชั่วโมง
มีการบรรยายเรื่องกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ร.บ. กองทุนยุติธรรม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนแก่จำเลยในคดีอาญา ขั้นตอนการจัดกระบวนการไกล่เกลี่ยทางแพ่งและทางอาญาการบังคับตามข้อตกลงระงับข้อพิพาท ทักษะที่จำเป็นและเทคนิคในการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การยุติข้อพิพาทโดยการไกล่เกลี่ย รวมถึงมีภาคปฏิบัติและการประเมินหลังจากอบรมด้วย ขอให้ทุกคนโชคดี และผ่านการอบรมไปช่วยผู้เดือดร้อน