จุดเริ่มต้นของกระแสข่าวนี้ เกิดจาก เฟซบุ๊กของ นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า 21 พฤศจิกายนนี้ หลังประชุมเอเปค ฤกษ์ดี บุคคลระดับ VIP จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และ จะนั่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย
นายไพศาล ระบุว่า จะเป็นใครนั้นให้ติดตามกันเอง แต่ฟันธงว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพลังประชารัฐ จะมี พล.อ.ประวิตร และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร.
ปล่อยข่าวออกมาแบบนี้ แถบไม่ต้องเดาเลยว่าที่นายไพศาล หมายถึง คือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะ ชื่อ จากเดิมที่เคยเป็นแคนดิเดต พรรคพลังประชารัฐ หายไป รวมถึงที่ผ่านมา คนที่ถูกจับตามองว่า จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ คือ พล.อ.ประยุทธ์
จากนั้น มีการระบุข้อมูลเพิ่มเติม ว่า จะมี 2 Big จาก พลังประชารัฐ อักษรย่อ ช และ ฮ ไปสังกัดเดียวกับ VIP ที่รวมไทยสร้างชาติด้วย
จากสิ่งที่นายไพศาล พูด ทีมข่าวตรวจสอบไปที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่า ไม่ทราบว่า นายไพศาล เอาข้อมูลมาจากไหน
แต่หากถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่พล.อ.ประยุทธ์ จะไปร่วมกับพรรค นายเอกนัฏ บอกว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์เอง ไม่อยากวิจารณ์ เพราะ ปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็น แคนดิเดตของพรรคพลังประชารัฐอยู่ มองว่า ต้องให้เกียรติกัน
แต่หากถามว่า ถ้าได้พล.อ.ประยุทธ์ มาร่วมจะทำให้พรรคแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่ นายเอกนัฎเชื่อว่าจะแข็งแกรงขึ้น ส่วนกรณีที่ คนในพลังประชารัฐ มองงว่า อายุการเป็นนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ เหลือแค่ 2 ปี จะเป็นปัญหากับการเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยหน้า นายเอกนัฎ ระบุว่า รวมไทยสร้างชาติ มองต่าง เชื่อว่า เงื่อนไขนี้ไม่เป็นปัญหา
นอกเหนือจากตัวพล.อ.ประยุทธ์ ยังมีข่าวลืออีกว่า จะมีคนระดับ Big อักษรย่อ ช และ ฮ ย้ายไปร่วมกับรวมไทยสร้างชาติด้วย ประเด็นนี้ นายเอกนัฏ ไม่ได้ติดขัดอะไร มองว่า หากเป็นเรื่องจริงก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะ จะได้มีคนช่วยกันทำพรรคให้เป็นที่นิยม
ส่วนกระแสข่าวที่ว่า คนที่จะย้ายมา อาจหวังตำแหน่งเลขาธิการพรรค ที่นายเอกนัฎ นั่งอยู่ เจ้าตัวบอกว่า ณ วันนี้ เขายังเป็นคนที่ได้รับไว้วางใจอยู่ แต่ก็มองว่า หากพรรคมีขนาดใหญ่ขึ้นก็ต้องมีการหารือกัน ย้ำว่า สิ่งที่พูดกันยังไม่เกิดขึ้น
หากย้อนไป นอกจาก ข่าวลือว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมานั่งเป็นแคนดิเดตของพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังมีข่าวลือว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจไปนั่งเป็น ประธานยุทธศาสตร์พรรคด้วยหรือไม่
ถ้าเราดูโครงสร้างของพรรครวมไทยสร้างชาติ ตอนนี้ พบว่า ไม่มีใครนั่งตำแหน่ง “ประธานยุทธศาสตร์ชาติ”
และยังไม่มีตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคด้วย โดยตอนนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ มีแค่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค มีนายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ เหรัญญิก มี นายเกรียงยศ สุดลาภา นายทะเบียนพรรค และมี กรรมการบริหารพรรคอีก 5 คน แค่นั้น
นอกจาก ไปคุยกับ นายเอกนัฏแล้ว พีพีทีวี คุยกับ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นคนที่บอกว่า สมัยหน้าต้องเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ มีเวลาเหลือแค่ 2 ปี
วันนี้ นายวีระกร มองกระแสข่าวลือที่ออกมา ว่า ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตรยังรักกันดี อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อน หากจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ต้องสมัครพรรคพลังประชารัฐ อยู่แล้ว เพราะมี ส.ส. เกิน 25 เสียงพร้อมสนับสนุนให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ
ต่างจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ตอนนี้ยังไม่จำนวน ส.ส. ในสังกัดที่ชัดเจน ประกอบกับในการเลือกตั้งครั้งหน้ายังมีกลไกเสียงจาก ส.ว. 250 เสียงสนับสนุนอยู่ แล้วจะไปสังกัดพรรคอื่นทำไม
สำหรับการเมืองในเดือนพฤศจิกายน ถือว่าเป็นอีกเดือนที่ ร้อนแรง และ ต้องจับตาต่อเนื่อง โดยสัปดาห์หน้าทั้งสัปดาห์ ตั้งแต่ 14-19 พฤศจิกายน จะมีการประชุมเอเปค ถัดจากนั้น จะเข้าสู้ช่วง 2 วัน ที่มีกระแสข่าวลือว่า บิ๊กเนม พล.อ.ประยุทธ์ จะซบพรรครวมไทยสร้างชาติ และ จะมีการย้ายพรรคกันไปมา
ถัดจากนั้น 23 พฤศจิกายน ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณา ปมร้อน กฎหมายลูก พรรคการเมือง
เดือนนี้จึงถือเป็นเรื่องร้อน และ นับจากนี้เชื่อว่าการเมืองจะร้อนแรงมากขึ้นเพราะเป็นโค้งสุดท้ายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์แล้ว