นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่อุตตม สาวนายน , สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ มาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ที่ในอดีตนายสมศักดิ์ เคยร่วมกันขับไล่ออกจากพรรค ว่าอย่าใช้คำว่าลงชื่อขับไล่ เพราะตนไม่เคย ช่วงนั้นจำได้ว่า เป็นเรื่องของการเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ที่ต้องมีความเหมาะสมกับสถานการณ์
ยืนยัน ไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน เป็นเรื่องของการตัดสินใจของผู้ใหญ่ภายในพรรค เป็นเรื่องของกระบวนการทางการเมือง ที่ผู้ใหญ่ในพรรคกำหนดทิศทาง แต่อย่างไรแล้ว เราก็สามารถทำตัวให้เหมือนกับน้ำในแก้ว ที่มีน้ำแข็ง ต้องแทรกแซง และประสานให้เป็นเนื้อเดียวกันในทำงานด้วยกันให้ได้
เมื่อถามว่านายสนธิรัตน์ , นายอุตตม จะกลับมาพรรค จะดีขึ้นหรือมีความขัดแย้ง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มีบุคลากรของพรรค มีผู้สมัคร และมีผู้ที่มีความรู้ในทิศทางทางการเมือง การบริหาร เข้ามาเสริมให้แน่นขึ้น ตนคิดว่าไม่แย่ไปกว่าเดิม คงต้องดีขึ้น
เมื่อถามว่าทั้งสองคนจะสามารถทำงาน ร่วมกับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ได้หรือไม่ นายสมศักดิ์ ย้ำว่า ต้องทำตัวให้เหมือนน้ำ ที่สามารถพัฒนาหรือปรับ ไปสู่พาชนะที่รองรับ
เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ จะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น
เมื่อถามว่า กลุ่ม 3 สามิต จะยังคงอยู่กับพรรคพลังประชารัฐหมดหรือไม่ ตนเข้าใจว่า มันเหมือนครอบครัวใหญ่ มีลูกมีหลานต้องออกเรือน ไปเติบใหญ่ เป็นเถ้าแก่ ที่อื่นได้ก็ดี แต่ห่างออกไปแล้วไม่สามารถเป็นผู้ใหญ่ได้ ก็ถือว่าเท่าทุน จึงให้โอกาสทุกคน ไม่ได้บังคับเพราะเราไม่ใช่นักเลง เป็นนักทำงานที่ต้องให้โอกาสคน นายสมศักดิ์ เชื่อมั่นว่า พรรคพลังประชารัฐจะได้กลับมาเป็นรัฐบาล 99%
เมื่อถามว่า เมื่อวานนี้ได้มีการเชิญ นายสิทธา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ไปร่วมงาน จะชวนมาอยู่ร่วมในพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนคุยกับทนายตั้มแล้ว ไม่ต้องการเล่นการเมือง แต่จะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เมื่อโอกาสและเวลามาถึงก็เป็นเรื่องของทนายตั้ม ต้นไม่ได้ไปพบกับทนายตั้มตลอดเวลา แต่เป็นการไปพบในเรื่องของคดีอนาจรของดาราสาว และ ช่วยประชาสัมพันธ์ในเรื่องของกฎหมาย