บรรยากาศที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ย่านบางโพ ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มผู้สมัคร สส. ได้นัดรวมพลเพื่อทวงถามความชัดเจนด้านนโยบาย ตลอดจนการบริหารจัดการภายในพรรค พร้อมเรียกร้องให้ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค และอดีตหัวหน้าพรรค กลับมาบริหารงานพรรค เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้สมัคร รวมถึงสมาชิกพรรค เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลานัดหมาย 10.00 น. มีผู้สมัคร สส. เดินทางมาไม่ถึง 10 คน
โดยมีผู้สมัคร สส.จากหลายภาค เดินทางมา อาทิ อุบลราชธานี, นครพนม, ปัตตานี, นครศรีธรรมราช, กระบี่ และชลบุรี ขณะที่มีผู้สื่อข่าวหลายสำนักมารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก หลังได้รับแจ้งว่า จะมีผู้สมัครเดินทางมากว่า 100 คน
นายศุภศิษฎิ์ สรภัสจิรพงศ์ ผู้สมัคร สส. เขต 4 ชลบุรี กล่าวว่า ที่มาวันนี้จะมาขอสอบถาม และขอความชัดเจนจากพรรค พปชร. เกี่ยวกับแนวทางการสนับสนุน และดูแลผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งในด้านนโยบาย การสื่อสาร การจัดสรรทรัพยากร และการประสานงานในระดับพื้นที่ เพื่อให้การหาเสียงมีประสิทธิภาพ และเป็นเอกภาพ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของพรรคอย่างชัดเจน ขณะนี้สมาชิกพรรคเหมือนถูกทอดทิ้ง ตอนนี้มีปัญหาเรื่องการหาเสียงในพื้นที่ ไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคลงไปดูแล หรือให้การสนับสนุนเชิงนโยบายในการหาเสียง
นายศุภศิษฎิ์ กล่าวว่า อยากให้พรรคจัดสรรทีมดูแลผู้สมัคร สส. เขตทั่วทุกภาค และสนับสนุนการหาเสียงในแต่ละเขตทั่วทั้งประเทศ เพราะตอนนี้ไม่มีการวางยุทธศาสตร์ในการหาเสียงเลย ซึ่งมีความแตกต่างกับสมัยที่ พลเอกประวิตร เป็นหัวหน้าพรรคอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสมัย พลเอกประวิตร มีการมอบหมายนโยบาย และชี้แจงแนวทางในการหาเสียงให้ ตอนนี้รู้สึกเหมือนขาดเสาหลัก และหาเสาไม่เจอเลยสักหลัก และตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับผู้ใหญ่คนไหน เพราะไม่มีผู้ใหญ่ของพรรคคนไหนมาคุยกับผู้สมัคร และหากยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา จะส่งผลกระทบกับผู้สมัครในวันเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ. 2569 นี้ อย่างไรก็ตาม การหาเสียงไม่ได้แพ้ผู้สมัครอื่น แต่แพ้แกนนำพรรคที่ไม่ได้มาช่วยหาเสียง และยินดีให้ พลเอกประวิตร กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค เพราะเป็นนักสู้ตัวจริง และดูแลผู้สมัครได้ดี
นายศุภศิษฎิ์ กล่าวอีกว่า “ลักษณะเหมือนว่า ได้หมายเลข ได้เบอร์แล้วปล่อยทิ้ง ไม่มีการเรียกประชุมชี้แจงให้แนวทางในการหาเสียง ไม่มีการอบรม ไม่มีการส่งเสริมการหาเสียงในเชิงประชาธิปไตย ตนในฐานะผู้สมัคร สส. เขต 4 ชลบุรี, นายภัครธรณ์ เทียนไชย ในฐานะผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ตนอยู่ในบ้านท่าน ยังทิ้งตนเลย แล้วนอกบ้านล่ะ นายภัครธรณ์ บ้านอยู่บางแสน จ.ชลบุรี ส่วนตนอยู่ อ.บ่อทอง”
ด้านนายกิตติศักดิ์ ครุฑประเสริฐ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า กิจกรรมของพรรคในช่วงวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งวันนั้นทำให้สมาชิกพรรคมีกำลังใจ โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ได้แก่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ได้พูดปลุกใจลูกพรรคได้ดีมาก แต่หลังจากนั้น พล.อ. ประวิตร ได้แจ้งลาออก ทำให้ผู้สมัคร สส. ของพรรคที่ฝากชีวิตไว้ กำลังใจถดถอย แต่ยังคงรออยู่ว่า วันใดผู้บริหารพรรค หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค จะจัดกิจกรรม Kick-Off การหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้สมัครเข้าไปแสดงนโยบาย แต่จนถึงวันนี้ และเหลืออีก 20 กว่าวันจะถึงวันเลือกตั้ง ก็ยังไม่มีความชัดเจน
ซึ่งเมื่อเทียบกับพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชน หรือพรรคโอกาสใหม่ ที่เพิ่งตั้งพรรคก็มีกิจกรรม Kick-Off หาเสียงแล้ว เหลือแต่พรรค พปชร. ซึ่งเป็นพรรคที่มีผลงานเป็นอย่างมาก และบริหารประเทศมาแล้ว กลับปล่อยโอกาสให้สูญเปล่า ทั้งที่ลุง 3 ป. เคยทำสำเร็จ ประชาชนได้รับนโยบายที่ดีจากพรรค พปชร. และมั่นใจว่า พรรค พปชร. ยังมีจุดขาย
ด้าน น.ส.ณัฐพร ฝาระมี ผู้สมัคร สส. นครพนม เขต 4 พรรค พปชร. กล่าวว่า วันนี้เราตั้งใจมารวมกัน 100-200 คน แต่หลายคนอยู่ต่างจังหวัดกำลังทยอยมา ยืนยันไม่ใช่เรื่องเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้สมัคร สส. ได้ส่งหนังสือมาถึงพรรค เพื่อเรียกร้องให้มีการชี้แจงยุทธศาสตร์ และแนวทางในการหาเสียงของผู้สมัคร แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ อยากให้การบริหารจัดการภายในพรรคเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยลอยแพ ทำเหมือนไม่ให้เกียรติผู้สมัคร พวกเรายังเชื่อมั่นในการทำงานของพรรค และ พลเอกประวิตร จึงอยากได้ความชัดเจนตรงนี้
ในส่วนของผู้สมัครยังเดินหน้าต่อไป แต่อยากให้ช่วยเหลือผู้สมัคร ไม่ใช่ปล่อยทิ้งกลางทาง เราเสียสละมาอยู่ตรงนี้เพราะอยากทำงานให้ออกมาดี ให้พรรคได้ สส. บัญชีรายชื่อจำนวนมาก ถ้าเรารวมกลุ่ม มีความสามัคคี เชื่อว่า พรรคจะเดินหน้าต่อไปอีกนาน ส่วนประเด็นที่ว่า เมื่อ พลเอกประวิตร ไม่อยู่แล้วจะไม่มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการหาเสียงนั้น ยอมรับว่า ตรงนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ปัจจัยหลักคือ คณะกรรมการบริหารพรรคไม่ให้เกียรติผู้สมัคร จึงอยากให้มาดูตรงนี้
“แต่เราเดินคนเดียวและพรรคไม่มีการจัดการที่ดี ถ้าบริหารจัดการไม่ได้ก็ออกไป ขอลุงเรากลับคืนมา เพราะถ้าไม่มีลุงก็ไม่มีความมั่นคง ทั้งในพรรคและในประเทศ ขอร้องอยากให้ลุงกลับมา พวกเรายังรักลุงอยู่เหมือนเดิม” น.ส.ณัฐพร ระบุ
ขณะที่นายอิบรอเฮง โตะฮีแล ผู้สมัคร สส. ปัตตานี เขต 2 เปิดเผยว่า ตนเคยสมัคร สส. กับพรรค พปชร. มาก่อน ไม่เคยเจอเช่นนี้ แม้แต่ป้ายหาเสียงก็ยังไม่มี จึงฝากถึง พลเอกประวิตร ว่า พวกเรารู้สึกเสียดายที่ พลเอกประวิตร ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว พวกเรามาทำงานด้วยหัวใจเพื่อประเทศชาติ และศาสนา ตนรู้สึกเสียใจที่เหมือนถูกทิ้งกลางทาง และอยากร้องไห้หลายครั้ง ยืนยันว่า คนภาคใต้ยังคิดถึง และเคารพ พลเอกประวิตร อยู่ ถ้าเป็นแบบนี้ตนก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นายภัครธรณ์ จะเดินทางมารับฟังข้อเสนอ และเป็นตัวแทนรับเรื่อง แต่ปรากฏว่า ไม่มีผู้ใหญ่ของพรรครับเรื่องแต่อย่างใด ขณะที่ พลเอกประวิตร เปิดเผยว่า จะไม่กลับมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคแล้ว เพราะได้ลาออกไปแล้ว