นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี วันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้รับทราบ การชี้แจงของนายวิษณุเครืองามรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ถึง Timeline หรือตารางเวลาโดยคร่าว ของการเลือกตั้ง ถึงระยะเวลาที่ต้องดำเนินการเกี่ยวกับรัฐบาลรักษาการ จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยในเบื้องต้น สภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน จะครบวาระในวันที่ 23 มีนาคม 2566 ตามรัฐธรรมนูญ หากสภาผู้แทนราษฎรครบวาระ จะต้องมีการกำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน
แต่หากมีการยุบสภาเกิดขึ้น รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ว่าจะต้องมีการกำหนดวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการยุบสภาหรือครบวาระ จะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้อย่างแน่นอน ส่วนเรื่องของวันเลือกตั้ง แต่อยู่ในกรอบระยะเวลาของแต่ละกรณี โดยคาดการณ์ว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2566 และจะประกาศรับรองในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม
ส่วนขั้นตอนต่อไปจะมีการเสด็จพระราชดำเนินเปิดสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตั้งประธานสภา ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณกลางเดือนกรกฎาคม และหลังจากนั้น จะเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และจะเป็นขั้นตอนการโปรดเกล้าแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ต่อมาก็คือในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมเช่นกัน
โดยเมื่อมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีแล้ว จะมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี โดยการที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะใช้เวลาในช่วงต้นเดือนสิงหาคม
นายอนุชา กล่าวว่า ไม่ว่ารัฐบาลชุดนี้จะยุบสภาหรืออยู่ครบวาระ รัฐบาลชุดปัจจุบัน จะต้องรักษาการอีกประมาณ 4 เดือนครึ่งโดยคร่าว ถึงช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2566 ส่วนวุฒิสภายังคงมีอยู่ แต่ไม่สามารถประชุมได้ เว้นแต่จะเป็นการพิจารณาในการตั้งองค์กรอิสระ ที่จะสามารถดำเนินการได้
ขณะที่ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติต่างๆที่ค้างอยู่ในสภา ทั้ง 2 สภาฯ ประมาณ 29 ฉบับ จะถูกตกไปในทันที และหากหลังเลือกตั้งรัฐบาลจะนำมาพิจารณาต่อก็สามารถดำเนินการได้ ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและพระราชบัญญัติที่มีการกราบบังคมทูลไปแล้วอยู่ที่ 11 ฉบับ ซึ่งต้องดำเนินการต่อไปตามปกติ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนรัฐบาลสามารถออกพรก. ได้ ส่วนการออกพรบที่เกี่ยวข้องกับกฎกระทรวงต่างๆก็ยังสามารถที่จะดำเนินการออกได้ตามปกติเช่นเดิม
ส่งผลที่เกี่ยวข้องกับครมเมื่อครมพ้นตำแหน่งแต่ยังอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป คือครมรักษาการจนกว่าครมชุดใหม่จะเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ จะมีการรักษาการ จำนวนเอกสารราชการ หรือการรายงานข่าว ไม่จำเป็นต้องรักษาการสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ส่วนข้าราชการการเมืองทุกตำแหน่ง ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และพ้นจากตำแหน่งในวันเดียวกันกับวันที่คณะรัฐมนตรีพ้นตำแหน่ง
ส่วนหากคณะรัฐมนตรีรักษาการมีรัฐมนตรีลาออกยืนยันว่าไม่กระทบต่อคณะรัฐมนตรี ครม.ยังสามารถประชุมได้ นายกรัฐมนตรีเองมียังคงมีอำนาจในการปรับครม. ได้ หากมีความจำเป็น