เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ก็จะถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป 2566 ท่ามกลางเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เดินทางเข้ายื่นหนังสือและเอกสารหลักฐาน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบการซื้อขายเสียงของผู้สมัคร ส.ส.โดยก่อนเริ่มการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้ตะโกนว่า “ประเทศไทยราคาถูก 3,000 บาท ก็ซื้อประเทศไทยได้แล้ว ประเทศไทยถูกๆ เร่กันเข้ามา 3,000 บาท ซื้อได้ ขายดี”
เลือกตั้ง 2566 : สุดทน! รายชื่อผีโผล่ทะเบียนบ้านก่อนเลือกตั้ง หวั่นโยงทุจริต
โดยนายชูวิทย์ ร้อง กกต. บอกว่ามีหลักฐานสำคัญที่ชี้ชัดว่า ผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทยคนหนึ่ง “ซื้อเสียง 3000 บาท” โดยมีหลักฐานเป็น “สลิปต์การโอนเงิน จำนวน 3000 บาท” จากบัญชีของ นางดรุณี พูนประสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เบอร์1 เขต1 จ.สระแก้ว โอนไปให้กับชายคนหนึ่งอักษรย่อ “อ.” แล้วมีข้อความเขียนกำกับท้ายว่า “เอาไว้ใช้นะคะ” ส่วนคนรับเงินก็ตอบกลับไปว่า “ “กราบงามๆในน้ำใจของน้องสาวครับ”
นายชูวิทย์นำหลักฐานชิ้นนี้มามอบให้กับ กกต. พร้อมกับคำให้การของพยานที่ยืนยันเป็นลายลักอักษร ใจความว่า “เงินจำนวนนี้ ได้รับโอนมาจากนางดรุณี เป็นเงินสำหรับซื้อเสียง ไม่ใช่เงินชำระหนี้สิน หรือให้ด้วยวัตถุประสงค์อื่นแต่อย่างใด” ลงกำกับลายมือชื่อ มามอบให้กับ กกต.ด้วย โดยนายชูวิทย์บอกว่า เมืองไทยนั้นราคาถูก จ่ายเงินเพียง 3000 บาทก็สามารถซื้อเสียงได้ จ่ายเงินอีกเพียงไม่กี่ล้านก็สามารถซื้อตัว สส.ได้เช่นกัน พร้อมเปรียบเทียบกับธุรกิจอาบอบนวดที่ตัวเองเคยทำมา บอกว่า “หมอนวดยังมีศักดิ์ศรีกว่าเพราะแค่ขายตัว ไม่ได้ขายประเทศชาติ”
ล่าสุดทีมข่าวโทรศัพท์ไปสอบถามกับ นางดรุณี ผู้สมัคร ส.ส.สระแก้ว เขต1 ที่ถูกกล่าวหา เจ้าตัวบอกว่าทราบเรื่องแล้ว และปฏิเสธว่าไม่มีการซื้อเสียงอย่างแน่นอน ส่วนในรายละเอียด จะให้พรรคเป็นผู้ดำเนินการแถลงข่าว ซึ่งตอนนี้พรรคได้เอาข้อมูลไปแล้ว
ขณะที่นายชูวิทย์ระบุว่า การหาหลักฐานเรื่องการซื้อเสียงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะส่วนใหญ่จะแอบทำกัน หลักฐานไม่ชัดเจน ยกเว้นกรณีนี้นับว่าชัดเจน และกล้ามากที่ใช้บัยชีตัวเองโอนเงิน ล่าสุดนายชูวิทย์บอกว่าไม่ห้ามว่าใครจะรับเงิน แต่ขอเชิญชวน เก็บหลักบานที่ชัดเจนมาให้หน่อย ถ้าเห็นชัดๆ รับเงินไปเลย 10 เท่า จากที่นักการเมืองได้
นอกจากหลักฐานการซื้อเสียง นายูวิทย์ยังเปิดอีกแชทการสนทนาในกรีปไลน์ อ้างว่าเป็นการคุยกันระหว่างนายชินชัย แก้วเรือน ผู้สมัคร ส.ส.ลำพูน ส่งข้อความไปให้หา นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อของบหาเสียงเพิ่ม เขตละ 3-5 ล้านบาท บอกว่าตอนนี้พรรคสนับสนุนมาแค่ 50,000 บาท จะไปพอหาเสียงอะไร หากไม่ให้จะยุติการหาเสียงและจะปลดป้ายพรรคด้วย ซึ่งนายชูวิทย์ตั้งข้อสังเกตว่า กกต.กำหนดให้ผู้สมัคร ส.ส.แต่ละเขตใช้เงินได้เพียง 1.9 ล้านบาทเท่านั้น เท่ากับขอเกินงบที่ กกต.กำหนดใช่หรือไม่ พร้อมตั้งนคำถามว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไร