นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงเบื้องหลังการเลือกประธานสภาฯ ว่า มีบางฝักบางฝ่าย หวังจะพรรคก้าวไกล กับพรรคเพื่อไทยนั้นแตกหักกัน และอยากจะเห็นว่า พรรคก้าวไกลถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ก็ถือว่า ไม่ได้ไปเข้าทางบางฝั่งที่มีความพยายาม
นอกจากนี้ นายชัยธวัช ยังย้ำว่า การทำงานการเมืองของพรรคก้าวไกลนั้นมีเป้าหมาย และหลักการที่ชัดเจนว่า ทำเพื่ออะไร ไม่ได้ทำการเมืองแบบยอมแลกทุกอย่าง เพื่อให้ได้อำนาจ เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล
อ่านคณิตศาสตร์การเมือง ผ่านเสียงโหวตรองประธานสภาฯ
เมื่อถามว่าการยอมหมายถึงตามที่ สว.เรียกร้องให้ลดเพดานเรื่องมาตรา 112 หรือไม่ นายชัยธวัช ไม่ได้ตอบรับหรือปฎิเสธ แต่บอกว่า หมายถึงในหลายเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ส่วนความคืบหน้าเรื่องการเจรจากับสว.สำหรับโหวตนายกรัฐมนตรี นายชัยธวัช ระบุว่า ยังบอกเป็นตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้ ต้องให้เกียรติกัน และมองว่า มีเวลาเหลืออีกประมาณ 10 วัน จะพยายามทำความเข้าใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะมีความพยายามนำประเด็นต่างๆ มาปั่นเกินความเป็นจริง มาทำลายความเชื่อมั่นของพรรคก้าวไกล แต่ทางพรรคก็ได้ชี้แจงไปแล้ว และเข้าใจกันด้วยดี
นอกจากนั้น เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยังเปิดเผลยถึงความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรี หลังจากเสร็จสิ้นการเลือประธานสภาน และรองประธานสภาฯ โดยระบุว่า ทุกตำแหน่งจะชัดเจนหลังจากได้ตำแหน่งนายกฯ อย่างเป็นทางการแล้ว หากผลักดัน นายพิธา ได้สำเร็จ ก็จะมีรายละเอียดตามมา
นายชัยธวัช ย้ำด้วยว่า การที่นายวันมูหะมัดนอร์ ได้ตำแหน่งประธานสภาฯ จะไม่กระทบกับโควตาใน ครม. ของพรรคประชาชาติ ซึ่งประเด็นนี้ ไม่เกี่ยวข้องกัน